Pacific Money | Economy | South Asia

ตลาดหุ้นวันทําการ: A European FTA With India Is Not a Counterweight to China

live22thdownload,รวมถึงกองทุนต่าง ๆ มองว่าธุรกิจของ TVT มีแนวโน้มการเติบโตในอนาคตอย่างต่อเนื่อง และมีการวางแผนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับการผลิตรายการที่มากขึ้นอีกด้วย โดย TVT จะสามารถใช้งานสตูดิโอแห่งใหม่มูลค่ากว่า 200 ล้านบาทได้ในช่วงเดือนเมษายนปี 2559 ซึ่งสตูดิโอแห่งใหม่นอกจากจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตรายการโทรทัศน์ให้กับบริษัทได้มากขึ้น ยังสามารถเปิดให้เช่าสตูดิโอเพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วยดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเช้าปรับตัวลดลง โดยดัชนีฮั่งเส็งลดลง 145.09 จุด หรือ 0.58% ปิดภาคเช้าที่ 25,078.92 จุด สวนทางกับตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาคเอเชียที่ทะยานขึ้นขานรับข่าวกรีซบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ส่วนในครึ่งปีหลัง ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ธนาคารต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบเศรษฐกิจ เช่น ผลกระทบจากภัยแล้ง การนำเข้าเหล็กที่เพิ่มขึ้นจากจีน ผลกระทบจากการที่จีนประกาศเพิ่มภาษีนำเข้ายางธรรมชาติที่มีส่วนผสมของยางกับสารเคมีต่างๆ ทำให้ราคารับซื้อในประเทศลดลงแนวรับ 3.86-4.04 บาท,ส่วนผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/58 บริษัทคาดว่าจะออกมาดีกว่าไตรมาส 1/58 ที่มีรายได้อยู่ที่ 489.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 105.3 ล้านบาท เนื่องจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกทำได้เป็นไปตามเป้าหมาย ,ธุรกิจ : ผู้ผลิตและจำหน่ายท่อและข้อต่อท่อพลาสติกชนิด HDPE LDPE ชนิด Polypropylene ท่อ Weholite Spiroและ WehoTank, Weholiteสำหรับหม้อต้มไอน้ำที่หน่วยกลั่นและหน่วยพลังโรงงาน นำน้ำจากหน่วยกำจัดกำมะถันในน้ำและน้ำทิ้งจากระบบการไล่ก๊าซเบาด้วยไอน้ำของหน่วยกลั่นต่างๆ มาใช้แทนน้ำประปาในหน่วยกำจัดเกลือจากน้ำมันดิบ นำน้ำควบแน่นที่ปนเปื้อนเล็กน้อยในหน่วยกลั่นมาบำบัดเพื่อใช้ซ้ำในระบบผลิตไอน้ำบล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ฯฯประเมินมูลค่าเหมาะสมของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส(JMT)ใช้ชื่อย่อว่า JMT-W1 ตาม Black-Scholes แบบ Conservative จะได้มูลค่าในกรอบ 2.607-1.959 บาท เมื่อราคาหุ้น JMT เคลื่อนไหวในกรอบ 16.60-15.20 บาท โดยมี Dividend yield 1.89%, Dilution effect 16.67%, Risk free rate 4.00%, Volatility 30%ตามภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้นณ วันที่29/04/2558TRC (Bt 2.30 เป้าเทคนิค 2.40-2.56 cut loss ถ้าหลุด 2.20) PLANB-FSMART ควงแขนพุ่งนิวไฮ หลังลงขันร่วมทุนโฆษณาบนตู้เติมเงินสำหรับช่วงครึ่งปีแรกนี้ อีสท์ วอเตอร์ มีอัตราการเติบโตค่อนข้างดี โดยมีปริมาณน้ำดิบจำหน่ายอยู่ที่ 156.17 ล้านลูกบาศก์เมตร และน้ำประปาอยู่ที่ 39.91 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายน้ำทั้งปีไว้ที่ประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร นั่นเป็นเพราะเรามีการเตรียมการรับมือกับภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางท่อเชื่อมโยงแหล่งน้ำ การสำรองน้ำในสระพักน้ำของตนเอง ทำให้มีน้ำส่งจ่ายให้กับผู้ใช้น้ำได้ตลอดช่วงฤดูแล้งนี้"บริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NDR ราคาหุ้นปิดปรับตัวขึ้นชนเพดานสูงสุดของวันที่ระดับ 5.30 บาท บวก 1.22 บาท หรือ 29.90% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 947.58 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่านักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรตามเทคนิคขาขึ้น อีกทั้งแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังที่เดินหน้าบุกตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อขยายฐานลูกค้าและกระจายความเสี่ยง โดยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 55-60% จากปีก่อนอยู่ที่ 50%",สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 1.9 ดอลลาร์ หรือ 0.16% ปิดวานนี้ (14 ก.ค.) ที่ 1,153.50 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 14.2 เซนต์ ปิดที่ 15.315 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 7.6 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,028.40 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 18.50 ดอลลาร์ ปิดที่ 657.10 ดอลลาร์/ออนซ์สำหรับกำไรสุทธิไตรมาส 2/58 คาดว่าจะอ่อนแอเพราะตั้งสำรองค่าเผื่อฯสูงขึ้น สะท้อนเศรษฐกิจที่ซบเซา อย่างไรก็ตาม NIM ของธนาคารขนาดเล็กมีโอกาสปรับขึ้นได้จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ธนาคารที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/58 เติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน คือ TCAP เพราะมีการตั้งสำรองฯ สูงมากในช่วงไตรมาสก่อนระดับราคาได้มีรูปแบบ Island Bottom ซึ่งเป็น Reversal Pattern ที่มีความแรงสูงมากและที่สำคัญเกิดขึ้นหลังจากตกต่ำลงมาอย่างหนักหน่วงในหลายเดือนที่ผ่านมาทาให้ระดับราคาจะมี Technical Rebound อย่างจริงจังเกิดขึ้นได้โดยเชื่อว่าเดือนมิถุนายนราคาทองปรับตัวลงหนักส่งผลต่อแรงซื้อ ประกอบกับความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น ทั้งกรณีหนี้กรีซและฟองสบู่ตลาดหุ้นจีนที่อาจจะส่งผลต่อความผันผวนของตลาดส่งให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มคำแนะนำของ ASL ถือหรือซื้อเก็งกำไรเพื่อเล่นรอบเมื่อปรับตัวเหนือ 1,488 เท่านั้น"พร้อมกันนั้น บริษัทยังตั้งเป้าหมายจะรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิในระยะยาวให้เป็น 2 digit หรือสูงกว่า 10% ซึ่งจะเริ่มเห็นอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/58 เป็นต้นไป หลังจากบริษัทได้นำเงินที่ระดมทุนจำนวน 750 ล้านบาทใช้ชำระหนี้สถาบันทางการเงิน โดยจะทำให้อัตราหนี้สิ้นต่อทุน (D/E) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาด D/E จะลดเหลือ 0.4 เท่า จากเดิม 1.5 เท่า จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้บริษัทเพิ่มความสามารถในการทำกำไร และลดค่าใช้จ่ายทางการเงิน และช่วยให้มีเงินหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้นด้วย" ,ทั้งนี้ ณ ราคาปัจจุบัน มี Dividend yield ที่ระดับ 4.89% และซื้อขายกันที่ระดับใกล้เคียงกับราคามูลค่าทางบัญชี ( PBV 0.88X) ซึ่งเหมาะแก่การเข้าซื้อในระยะยาวนอกจากนี้การที่บริษัทได้เข้าไปซื้อหุ้น 60% ในบริษัท เฟดเดอร์ ไทย จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต ขาย เครื่องปรับอากาศยี่ห้อเฟดเดอร์ ที่มีคุณภาพที่ดีและมีต้นทุนต่ำมาก จะทำให้บริษัทสามารถเสนอขายสินค้าแก่ลูกค้าได้มากขึ้น โดยมีแผนเพิ่มทีมเทเลเซลล์เพื่อเสนอขายเครื่องปรับอากาศมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายได้ในช่วงเดือนก.ย.นี้เป็นต้นไป。

LIT ราคาปิด 7.50TRC เข้าเพิ่ม เล็งแบ่งทำกำไรที่ 2.56 บาท แนะนำซื้อ ITD โดยมีแนวรับที่ 8.20 และ 8.10 และมีแนวต้านที่ 8.30 ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้จะเป็นจังหวะซื้อเพิ่ม แนวต้านถัดไป 8.80 และ 9.00 เป็นจุดขายทำกำไรนอกจากนี้ ยังมีแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านและ 6 ชาติมหาอำนาจของโลกได้บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์แล้วในวันนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และส่งผลให้อิหร่านส่งออกน้ำมันในตลาดโลกได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (14 ก.ค.) ที่ 915.00 จุด เพิ่มขึ้น 15.00 จุด หรือ1.67%สัญญาทองคำปรับตัวลงเนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายและจับตาดูนางเยลเลนจะแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสในวันพุธและวันพฤหัสบดี ซึ่งตลาดทั่วโลกจะจับตาแถลงการณ์ของนางเยลเลนเพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ หลังจากที่ได้กล่าวยืนยันแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา, นายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรีกรีซเตรียมยื่นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปรับขึ้นภาษีการขายและการลดเงินบำนาญ หลังจากที่รัฐบาลกรีซได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับกลุ่มเจ้าหนี้ยุโรปเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ สมาชิกรัฐสภากรีซจะลงคะแนนเสียงว่า จะอนุมัติร่างกฎหมายซึ่งได้มีการระบุแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจชุดใหม่หรือไม่ โดยแผนดังกล่าวครอบคลุมมาตรการรัดเข็มขัดในด้านต่างๆ ตามที่กลุ่มเจ้าหนี้ได้กำหนดไว้, รัฐบาลกรีซได้ชำระคืนตราสารหนี้สกุลเงินเยน หรือซามูไรบอนด์ ที่ครบกำหนดในวันนี้ หลังจากที่กรีซบรรลุข้อตกลงหนี้สินกับเจ้าหนี้เมื่อวานนี้ ซึ่งได้ช่วยให้กรีซรอดพ้นจากภาวะผิดนัดชำระหนี้เชิงพาณิชย์ที่อาจจะสร้างความปั่นป่วนในตลาดการเงิน、การพนันฟุตบอลu23、แนวรับ 3.18-3.24 บาท、นักลงทุนจับตาดูนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสในวันพุธและวันพฤหัสบดี ซึ่งตลาดทั่วโลกจะจับตาแถลงการณ์ของนางเยลเลนเพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ หลังจากที่ได้กล่าวยืนยันแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเช้าปรับตัวลดลง โดยดัชนีฮั่งเส็งลดลง 145.09 จุด หรือ 0.58% ปิดภาคเช้าที่ 25,078.92 จุด สวนทางกับตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาคเอเชียที่ทะยานขึ้นขานรับข่าวกรีซบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ กลุ่มแบงก์ร่วงยกแผง หลังโบรกฯหั่นประมาณการกำไร-มอง Q2 งบฯอ่อนแอPRECHA กรอบ 3.24-3.40 TSR คาดรายได้ปีนี้ทะลุเป้า รุกเจรจาเป็นตัวแทนขายแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในตลาด ,นอกจากนี้ ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ และผู้จัดการกองทุน หรือ Fund Manager ของกองทุนต่างๆ ได้ขอเข้าพบเพื่อรับฟังข้อมูลกับทางบริษัท ซึ่งหลังจากการพูดคุย และให้ข้อมูลแล้วนั้นได้รับกระแสตอบรับที่น่าพอใจจากกองทุนต่างๆ เนื่องจากวิเคราะห์ว่าโมเดลธุรกิจของ TVT ค่อนข้างที่จะได้เปรียบผู้ประกอบการรายอื่นในกลุ่ม Media ด้วยกัน เพราะ TVT เป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ หรือ Content Provider แต่ไม่ได้เข้าประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล จึงไม่มีภาระในการจ่ายค่าใบอนุญาต และที่สำคัญยังได้รับอานิสงส์จากช่องรายการที่เพิ่มมากขึ้น จากเดิมมีเพียง 6 ช่อง เป็น 24 ช่อง ทำให้มีโอกาสที่จะผลิตรายการป้อนสู่ช่องทีวีต่าง ๆ มากขึ้นตามไปด้วยทั้งนี้ ณ ราคาปัจจุบัน มี Dividend yield ที่ระดับ 4.89% และซื้อขายกันที่ระดับใกล้เคียงกับราคามูลค่าทางบัญชี ( PBV 0.88X) ซึ่งเหมาะแก่การเข้าซื้อในระยะยาว。

There is currently no way for India to take China’s place in the European Union’s economic relations.

A European FTA With India Is Not a Counterweight to China
Credit: Pixabay

As India and the European Commission formally resumed their Free Trade Agreement (FTA) negotiations this year, we witnessed a mushrooming of commentaries on the significance of the development. The torturous and inconclusive talks to reach such a deal had been abandoned years ago. They’ve been resurrected now, but what changed??

One line of argument is that the EU is seeking to balance China. While some of the European countries are increasingly critical of China at the political level, and growing more concerned about Chinese entities at the security level, the EU and its economic powerhouses remain intertwined with the Chinese economy. Thus, it is claimed by a part of the commentariat, enhancing economic relations with India would allow the EU to find a counterweight, to be overall less dependent on China for trade and investment. For instance, in vain pursuit of causation, some were quick to point out that in May, the announcement of the return to FTA negotiations with India was soon followed by a declaration that the EU was freezing the ratification of the Comprehensive Agreement on Investment with China.

This, however, is a fallacious argument. There is currently no way for India to take China’s place in the EU’s web of economic relations, in terms of the scale of both trade and investment. As for the latter, in 2019, the value of the EU’s FDI in China was 2.6 larger than its FDI in India (198.7 billion euro to 75.8 billion euro, respectively). Chinese FDI inflows into the EU were also overall larger than Indian FDI over the past years. While a 2020 Rhodium Group-MERICS report showed that Chinese FDI in Europe sharply declined in the 2017-2019 period, that does not necessarily mean Indian companies are comparable rivals when it comes to their capacity to invest in the EU. Moreover, what New Delhi and the EU are back to negotiating is a trade agreement (most probably focused on reducing tariffs on trade in goods), and not a deal to liberalize bilateral investment, although the EU is signaling its readiness to open talks on this front as well.

Speaking of trade: In 2020, the EU’s goods trade with China was worth nearly nine times its trade with India. As the EU Commission admits itself, India was “accounting for 1.8% of EU total trade in goods in 2020, well behind China,” the latter accounting for 16.1 percent of the EU’s trade. In 2019, the total EU-China goods trade was worth 7.2 times more than the total EU-India goods trade (561 billion euro to 77.8 billion euro); in 2018, it was 6.8 times larger (530.6 billion euro to 78 billion euro); in 2017, it was seven times larger (511.6 billion euro to 73 billion euro), and so on.?

Even if we fast-forward to the EU-India FTA, very optimistically assuming it is signed within a few years, China will long remain both a much richer consumer market than India, as well as a massively larger source of exports. It may be argued that the EU’s trade with India is much more healthy, balanced as it is between imports and exports, when compared to its trade with China, which is radically tilted toward a deficit. But this is hardly something that the votaries of the counterweight theory can pick up as a point in this discussion, as in some cases India simply does not produce the goods which China exports to the EU (or produces/exports them on a far smaller scale). Moreover, as a recent MERICS study shows,”‘the EU was strategically dependent on China for 659 of the 5,600 product categories,” such as certain APIs, metals, or electronic goods – meaning that it was importing them nearly only from China and that China had an overwhelming global market share of the same goods.?

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Explaining anything by adding “China” or “China-U.S.” to a text has become a sign of intellectual laziness on the part of some commentators. Like pointing to a shadow lurking behind any object, many commentators are now prone to see Chinese actions and the China-U.S. rivalry as explanations to key events across the world. To be sure, the rise of China and its growing tensions with the United States are of great global significance, but there is life outside Washington and Beijing (actually, most of life thrives outside them). Not every phenomenon can be reduced to the rivalry of those two powers.

The same applies to the return of EU-India FTA negotiations. They have a dynamic and reasons of their own. While significant in their own way and in their own league, they certainly cannot lead to India becoming China’s counterweight in European Union’s economic relations.