Features | Politics | East Asia

no apps online play: Beijing’s Tried-and-Tested Plan to Hollow out Hong Kong’s Legislature

โปรโมชั่น หมายเลขเกมสล็อต, น.ส.ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้าว่า จะยังทรงตัวเช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะคงไว้ที่ 1.50% ต่อเนื่องตลอดทั้งปี 59 ภายใต้เงื่อนไขที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นตามคาดรอบที่ 18 ใบที่ 1 เสนอราคา 20,270 ล้านบาท มีผู้แข่งราคา 1 ราย และใบที่ 2 เสนอราคา 20,270 ล้านบาท ยังคงมีผู้แข่งขันราคา 2 ราย ทำให้ราคาประมูลปรับตัวสูงขึ้น 57.6% จากราคาเริ่มต้นใบละ 12,864 ล้านบาท และมีรายได้เข้ารัฐแล้ว 40,540 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตุว่า ตั้งแต่เปิดประมูลรอบแรกจนถึงขณะนี้ ผู้เข้าร่วมประมูลเคาะราคาทุกรอบทั้งสองใบราคา และปรับขึ้นมาเท่ากันทั้งสองใบในการเคาะราคาครั้งแรก ใบแรกมีผู้เคาะราคา 1 รายมาที่ 13,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 644 ล้านบาท หรือ 5% จากราคาเริ่มต้น 12,864 ล้านบาท ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)กำหนดไว้ เช่นเดียวกับใบที่สอง มีผู้เคาะราคา 3 ราย มาที่ 13,508 ล้านบาทเช่นกัน,SCIเข้าซื้อเมื่อทะลุ 7.30 บาท เพื่อรอขายที่ 8.00 บาทราคาปิด 1.68 แนวรับ 1.65-1.60 แนวต้าน 1.75-1.80อย่างไรก็ตาม การแข่งขันยังไม่สิ้นสุด และไม่ทราบว่าจะไปสิ้นสุดเมื่อไหร่ แต่มองว่าผู้ที่ได้รับใบอนุญาตนี้ไปจะส่งผลดีต่อการให้บริการเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยในอนาคตจะต้องใช้คลื่นผสมกันในหลายย่านความถี่เพื่อส่งข้อมูลในเวลาเดียวกัน ซึ่งมีมากเท่าไหร่ก็จะได้เปรียบในการแข่งขันมากเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลที่ให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากในขณะนี้โดยเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนและเริ่มทำการซื้อขายในวันที่ 16 ธ.ค.58 มีจำนวนหุ้นที่จดทะเบียน จำนวน 935,000,000 หุ้น จำนวนหุ้นชำระแล้ว 935,000,000 หุ้น พาร์หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นทุนชำระแล้ว 467,500,000 บาทรวมถึงยอด Presale ในเดือน พ.ย.ที่เติบโตแข็งแกร่ง ทำให้เราแนะนำ ซื้อ PS (ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ มากที่สุด) QH (ราคาต่ำกว่า NAV ที่ 2.40 บาท) และ SPALI (ยอด Presale 11 เดือน ทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้)ทั้งนี้ บริษัทฯมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในแต่ละปีในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลของงบการเงินเฉพาะของบริษัท และหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย และเงินสะสมอื่น ๆ ตามที่บริษัทกำหนด แนวรับ : 4.38 +/-IRPC ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งฟื้นตัวขึ้นกลับมาทะลุแนวเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 3 เดือน พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงสนับสนุนการกลับตัว เครื่องมือชี้ทิศทาง DI+ ชี้ตัด ADX ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 4.24 บาท ผ่านได้เป้าหมายถัดไปที่ 4.32 บาทหลังจากเริ่มเคาะราคาครั้งแรกเมื่อเวลา 9.00 น.ผู้เข้าประมูลทุกรายยังคงมีการเสนอราคาแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงรอบที่ 36 ปรากฎว่าราคาทั้งสองชุดคลื่นความถี่ทะลุ 2 หมื่นล้านบาทมาเท่ากันที่ 26,066 ล้านบาท จากราคาเริ่มต้นที่ 12,864 ล้านบาท หรือสูงขึ้น 162% จากราคาเริ่มต้น ส่งผลให้มีรายได้เข้ารัฐรวม 52,132 ล้านบาทแล้วนพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากผลการประมูลคลื่นความถี่ 900MHz รอบที่ 84 ในชั่วโมงที่ 28 และรอบที่ 85 ในชัวโมงที่ 29 ปรากฎใบอนุญาตที่ 1 (Lot1) ไม่มีการเสนอราคาแข่งขัน จึงทำให้ยังยืนราคาเดิมที่ 41,200 ล้านบาท ส่วนใบที่ 2 (Lot2) มีผู้แข่งราคาลดลงเหลือ 2 ราย จาก 3 รายมาตั้งแต่รอบที่ 77 จนถึงรอบที่ 84 แต่ก็ยังมีการเคาะราคาแข่งขันอยู่ ดังนั้นประเมินในเบื้องต้นขณะนี้คาดว่าอาจมีผู้ถอนตัวจากการประมูลไปแล้ว 1 ราย,ขณะที่รอบที่ 109 ยังคงมีผู้เสนอราคาในใบที่ 1 มีจำนวน 1 ราย ราคาเพิ่มมาที่ 47,962 ล้านบาท ใบที่ 2 มีผู้เสนอราคา 2 ราย ราคาเพิ่มมาที่ 49,572 ล้านบาท รวมราคา 97,534 ล้านบาทบริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SSF ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติการกู้เงินและการค้ำประกันเงินกู้ของบริษัท โมบาย โลจิสติกส์ จำกัด (หรือ MBL) ซึ่งบริษัทถือหุ้นใน MBL ในสัดส่วนร้อยละ 75 ของทุนจดทะเบียน รายละเอียดที่สำคัญดังนี้ทั้งนี้ ประเมินสถานการณ์การประมูลยังคงมีการเคาะราคาสู้กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เข้าประมูลยังอยู่ครบทั้ง 4 ราย และคาดว่าผู้ประมูลยังไม่ได้มีการใช้สิทธิ Waiver จะเห็นได้จากการแข่งราคากันในแต่ละรอบมีการสู้ราคาทุกรอบ สะท้อนให้เห็นว่ามีผู้ที่ต้องการคลื่นความถี่ดังกล่าวอย่างแท้จริง และไม่อยากให้เสียโอกาสทางธุรกิจจึงได้นำเงินมาทุ่มประมูลในครั้งนี้ และเพื่อจะได้ไม่เสียเปรียบในการแข่งขัน。

ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังจับตาดูผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ ตามเวลาสหรัฐ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้สำหรับปี 58 บริษัทบาคองโค สามารถเพิ่มยอดการส่งออกรวมจากในปี 2554 ซึ่งมีปริมาณ 28,627 เมตริกตัน มาเป็น 80,600 เมตริกตันในปี 2558 ทำให้ปัจจุบันมีอัตราการส่งออกคิดเป็น 37% ของยอดขาย นอกจากนั้น บาคองโค ยังประสบความสำเร็จในการส่งออกปุ๋ย NPK แบบปั๊มเม็ดอัดไอน้ำไปยังประเทศฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นจาก 8,250 เมตริกตันในปี 2557 เป็น 36,100 เมตริกตันในปี 58 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัวภายในเวลาเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น นอกจากนี้ ลูกค้ายังมีความเชื่อมั่นในตัวสินค้ามากขึ้นเมื่อมีโลโก้ของบาคองโคปรากฏบนผลิตภัณฑ์ เพราะเป็นการการันตีถึงความเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี กลุ่มสื่อสารร่วงยกแผง กูรูชี้ประมูลยืดเยื้อส่งผลลบ-เก็งโดนลดน้ำหนักการลงทุน สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 15 ธ.ค.58"happy color for pc" ผู้ใช้รถเฮ! BCP ลดราคาน้ำมันทุกชนิดมีผลพรุ่งนี้ PSTC ผ่านคุณสมบัติโครงการไฟฟ้าโซล่าร์ราชการ 3 โครงการรวม 15 MW PSTC ผ่านคุณสมบัติโครงการไฟฟ้าโซล่าร์ราชการ 3 โครงการรวม 15 MW,แนวรับ : 4.38 +/-PTTเข้าซื้อเพิ่ม เพื่อรอขายที่ 244 และ 249 บาทสัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจาก EIA รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 11 ธ.ค.พุ่งขึ้น 4.8 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 490.7 ล้านบาร์เรล สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลง 1.4 ล้านบาร์เรลขณะที่สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 600,000 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 60.06 ล้านบาร์เรล ,สำหรับการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดแล้ว เพราะภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการพิจารณานโยบายอัตราดอกเบี้ยนั้น ยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว ดังนั้น การคงดอกเบี้ยจึงถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุด และถูกต้องที่สุด เพราะหากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะทำให้โมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสะดุดลง ฮั่งเส็งปิดเช้าทะยาน 205.14 จุด หลังเฟดขึ้นดบ.ตามคาดSTPI ปิด 10.50 +0.30 +2.94%SPCG Trading buy ปิด: 19.7 แนวรับ: 19.6-19.2 แนวต้าน: 20.2-20.6,อย่างไรก็ดี บริษัทเห็นศักยภาพของโรงแรมที่สามารถต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และศูนย์สุขภาพแบบครบวงจรในโรงแรมได้อีก ประกอบกับ เชียงใหม่ก็เป็นเมืองท่องเที่ยว และโรงแรมนี้ก็เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ขณะที่บริษัทต้องการหารายได้ที่เข้ามาสม่ำเสมอ เพราะธุรกิจพลังงานทดแทนก็ค่อนข้างมีความไม่แน่นอนสูง ดังนั้น การซื้อกิจการโรงแรมนี้จึงเป็นการกระจายความเสี่ยงและขยายไลน์ธุรกิจของบริษัทสำหรับผู้เข้าร่วมประมูล ได้แก่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด, บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด, บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค และ บริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด。 ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังจับตาดูผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ ตามเวลาสหรัฐ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้สั้นๆทยอยทำกำไรที่แนวต้านและต้อง Follow Buy เหนือ 248.00 บาทเล่นสั้นอีกรอบชั่วโมงที่ 8 ในรอบที่ 22 ใบที่ 1 เสนอราคา 21,588 ล้านบาท มีผู้แข่งราคา 1 ราย ใบที่ 2 เสนอราคา 21,588 ล้านบาท มีผู้แข่งราคา 3 ราย, รอบที่ 23 ใบที่ 1 เสนอราคา 21,880 ล้านบาท มีผู้แข่งราคา 1 ราย ใบที่ 2 เสนอราคา 21,880 ล้านบาท มีผู้เสนอราคา 3 ราย, รอบที่ 24 ใบที่ 1 เสนอราคา 22,202 ล้านบาท มีผู้แข่งราคา 1 ราย ใบที่ 2 เสนอราคา 22,202 ล้านบาท มีผู้แข่งราคา 2 ราย。

The PRC has a long history of remaking institutions, but keeping up the language and appearance of the past.

Beijing’s Tried-and-Tested Plan to Hollow out Hong Kong’s Legislature

Pro-China lawmakers raise hands of support during the second meeting of the “Improving Electoral System (Consolidated Amendments) Bill 2021” at the Legislative Council in Hong Kong Thursday, May 27, 2021.

Credit: AP Photo/Vincent Yu

It was no surprise when Hong Kong’s legislature passed the Beijing-led “election reform” bill, an? “overhaul to improve the city’s electoral system” per official accounts.

This “overhaul” will create a candidate qualification review committee that allows only “patriots” to run for the city’s Legislative Council (LegCo), and decrease the seats elected through universal suffrage from 50 percent to 22 percent of LegCo’s total seats. The general elections in the past – despite being heavily rigged against the popular pro-democracy camp – still allowed a chance for the opposition to control the legislature. But these “improvements” cement Beijing’s control of the legislature, regardless of popular will.

Some critics have described this shakeup as “a regression” that has “reduced democratic representation.” But this mistakenly implies that Hong Kong is still operating under the same system. Hong Kong as we know it has ceased to exist: Last year’s imposition of the National Security Law has deprived the city of its autonomy. The legislature is next in line to be assimilated into the mainland Chinese system, as its election process is practically becoming a form of staff appointment by the regime. Commentaries oblivious to these fundamental changes fall into the trap of Beijing’s wider agenda: to gut the city’s sociopolitical systems while maintaining a business-as-usual storefront to the international community, in order to exploit the financial center’s former reputation.

These sociopolitical surgeries, which swap out the essence of established concepts or institutions but keep their names, may sound cumbersome or improbable. However, they have been performed multiple times in the People’s Republic of China itself, and those historical examples foreshadow the development of Hong Kong’s general elections.

Conceptual “Body Swaps” in China

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Hollowing out well-accepted entities is a useful tool of regime propaganda. The rationale is well laid out in Austrian economist F.A. Hayek’s “The Road to Serfdom”:

The most effective way of making people accept the validity of the values they are to serve is to persuade them that they are really the same as those they have always held, but which were not properly understood or recognized before. … And the most efficient technique to this end is to use the old words but change their meaning.

For starters, Western concepts are frequently invoked – but often distorted in their interpretations – by the Chinese government. Democracy is re-interpreted as a “people’s democratic dictatorship.” This form of dictatorship, enshrined in the Chinese Constitution, specifies that the communist state assumes the role of representing the people and is entitled to use state power against opposition to preserve the “dictatorship of the proletariat.” Another example is “rule of law,” which is read as “rule by law” – the law as a tool to advance regime ends, rather than a great equalizer for ruler and ruled alike.

This kind of sociopolitical hollowing out has also transformed the Chinese party system after decades of work. Per official accounts, China is not run by a one-party system, but “multiparty cooperation and political consultation under the leadership of the Communist Party of China.” Eight legally permitted parties bring voices from society to the Chinese People’s Political Consultative Conference (CPPCC), a political advisory body to the Chinese government. These parties – when you trace their histories – are the nominal heirs to parties that represented a broad spectrum of society in the Republican Era and the early days of the PRC. For example, the Revolutionary Committee of the Chinese Kuomintang was the progressive wing of the Nationalist Party, co-founded by Sun Yat-sen’s widow Soong Ching-ling; the China Democratic League was the influential third way in 1940s, taking a centrist position between the Nationalist and Communist parties. The China Zhi Gong Party was founded in the 1920s in the United States to represent overseas Chinese.

But under the PRC, these parties “ceased to be democratic or parties in any commonly understood sense of these words,” a characterization made by Chinese politics scholar James Seymour in 1986 that is still relevant today. The parties went through a series of their own “overhauls,” most notably during the Cultural Revolution, during which opposition to the Communist Party was purged or prosecuted. Prominent figures in the third way who had been “ideologically transformed” were allowed to stay on in order to provide an image of inclusiveness. Today, those parties, with their survival hinging on the Communist Party’s blessing, have become satellite parties and the CPPCC a “political flower vase,” both functioning as devices to legitimize “Chinese-style democracy.”

It is doubtful that the parties genuinely represent the people’s voice anymore. You can imagine the consequence if a delegate were to advocate in the CPPCC for the Taiwanese, Chinese liberals, or overseas Chinese. Even the ex-Taiwan President Ma Ying-jeou of the Nationalist Party declared the death of “one country, two systems” in Hong Kong; there is no chance of a similar comment ever coming before the CPPCC.

The Post-Handover Remaking of LegCo

The current “overhaul” in Hong Kong is reminiscent of Beijing’s previous actions around the time of the city’s handover to China in 1997. Hong Kong was then facing a confidence crisis over whether the city’s system would survive under Communist Party rule. Among other issues, the institution of the legislature was in question: The last cohort of legislators elected by the British colonial general election were supposed to end their four-year term two years after the handover. In this context, Beijing promised a “through train proposal,” under which all the councilors would remain in office until the term’s end.

However, angered by the democratic reform proposed by the last colonial governor, Chris Patten, Beijing retaliated by calling off the through train and setting up its own legislature in parallel to the preexisting one. The new body took the same name as the British colonial one: the “Provisional Legislative Council.” However, unlike the fully elected, preexisting LegCo, the CCP-friendly alternative’s seats were filled by appointments made by a 400-member committee. To make this body look legitimate, half of the councilors were from the preexisting legislature, but none came from the largest Democratic Party in the pro-democracy camp-dominated legislature. The resulting body was made up mostly of pro-Beijing figures, including 10 who had lost in the last general election.

Although general elections occurred later in post-handover Hong Kong, the two years with the Provisional LegCo left an irreparable legacy. Laws were passed to restrict protests, election rules changed to favor the establishment, and veto power was given to a special category of legislators dominated by pro-Beijing figures.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The LegCo Overhaul 2.0

A common theme in these previous episodes is the need to install a loyal opposition as a political fig leaf,? in order to legitimize these hollowed-out institutions. With all prominent pro-democracy figures either jailed or exiled, this role in Hong Kong’s remade LegCo will likely be filled by former democratic politicians who once held elected office, preferably from parties across the democratic spectrum. Despite their past political affiliations, they will neither represent the voices of pro-democratic Hong Kongers nor advocate for the popular demand for political reforms. These will be figures who were not re-elected because they lost touch with the pro-democratic electorate in the first place. The National Security Law will ensure that authorities can arrest lawmakers not toeing Beijing’s line.

But their participation matters for legitimizing the elections. Casual observers in mainland China or abroad might mistakenly assume that these candidates’ mandates, obtained a decade or more ago, still hold; their diverse origins could give the illusion that a wide spectrum of voting blocs – whom these politicians can no longer claim to represent – support Beijing’s new directive of “patriots rule Hong Kong.” These figures might even be given leading roles in LegCo. On the one hand, this could promote the narrative that the overhaul provides governing opportunities to the pro-democracy camp and, on the other hand, divide the camp along the lines of whether to participate in these nominal elections in future.

These operations – or “overhauls,” to use the current parlance – are not new. They follow the Communist Party’s long-time “united front” playbook, one of the three “magic weapons” credited by Mao with overthrowing the Nationalist government and founding the People’s Republic of China. The playbook of hollowing out well-regarded institutions and concepts has worked well in the past. Hong Kong’s legislature is heading toward the same fate. Worst of all, the propaganda machine could distort the common understanding of what democracy is, so the world may not even fully realize what Hong Kong has lost.

The author acknowledges Chris Wong and Michelle King for their assistance with this piece.