Interviews | Diplomacy

super mario bros switch: China-US Rivalry: The Taiwan Factor

ตรวจ หวย ลอตเตอรี่ หน่อย,ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิค พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มาทดสอบแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงที่ 3.60 ซึ่งเราคาดว่า ราคาหุ้นน่าจะมีโอกาสทะลุผ่านขึ้นไปได้ECF-W1 ราคาปิด 3.62 บาทอย่างไรก็ตามมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีการพูดคุยว่าจะทำอย่างไรเพื่อหาทางให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิได้หากกฎหมายที่มีไม่เพียงพอ ก.ล.ต. จะสามารถปรับเกณฑ์อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้มีรายละเอียดค่อนข้างมาก นับถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ก.ล.ต. ผู้มีหน้าที่กำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย กลับมิได้ดำเนินการสอบสวนอย่างจริงจัง มิหนำซ้ำมีผู้บริหารระดับเลขาธิการ รองเลขาธิการ แถลงข่าวหรือให้ความเห็นในลักษณะว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเพียงการกระทำไม่เหมาะสมหรือเป็นการกระทำผิดหลักเกณฑ์เท่านั้น ที่ ก.ล.ต. จะไปพิจารณาแก้ไข ปรับหลักเกณฑ์ ตามที่เป็นข่าว ทั้งๆ ที่กรณีดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญาอย่างชัดแจ้งจากการกระทำที่ไม่ถูกต้องโดยผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจในการควบคุมการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือจากการกระทำที่ไม่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจในการควบคุมการดำเนินธุรกิจของบริษัทไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางตรงหรือทางอ้อม เกศรา ไม่ห่วงผลกระทบวิกฤติกรีซ เหตุต่างชาติขายออกจากตลาดหุ้นไทยไปมากแล้วนายธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาลงรายละเอียดธุรกิจพลังงานทดแทน ประเภทพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์) ซึ่งจะช่วยต่อยอดธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ส่องสว่างที่บริษัทดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน แต่ยังไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะมีข้อสรุปเมื่อใดขณะที่สมาร์ท แทรฟิค ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบเก็บเงินค่าทางด่วนแบบเงินสดและแบบอัตโนมัติ (Easy Pass), ระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยโทรศัพท์มือถือ (NFC) และระบบชำระเงินผ่านทางบัตรเครดิต VISA Paywave ทั้งด้านคมนาคมและขนส่ง , ระบบบริหารและแลกเปลี่ยนคะแนนสะสมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจคมนาคม (Loyalty Program), โครงการจัดทำระบบตั๋วร่วม และเคลียริ่งเฮาส์ (Clearing House) ติดตั้งระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร รวมทั้งให้บริการซ่อมแซมบำรุงรักษาแก่หน่วยงานรัฐและเอกชนนายนิรันดร์ เชาว์กิตติโสภณ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.โฮม พอตเทอรี่ หรือ HPT คาดว่าในปี 58 รายได้รวมของบริษัทจะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน ซึ่งมีรายได้รวมจากการขายอยู่ที่ 131.04 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการขยายกำลังการผลิตให้สามารถรองรับคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าเดิมได้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนขยายตลาดไปยังประเทศในกลุ่มอเมริกาใต้ อาหรับ และ AEC。 ทั้งนี้การเข้าซื้อหุ้นใน PTTPL ดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายและการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการ Marketing Logistic และเพิ่มศักยภาพในการควบคุมดูแลการบริหารจัดการ Supply Chain ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นAAV มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 4.60 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 4.84 บาท ,AOTเข้าซื้อเพิ่ม เมื่อทะลุ 309 ระหว่างวัน เล็งแบ่งทำกำไรที่ 322 บาทUNIQ Trading แนวรับ 15.80-15.60 แนวต้าน 16.70-17.00 ตัดขาดทุน 15.40ส่วนลักษณะโครงการลงทุนในกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารโรงงานจำนวน 88 โรง ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ผู้จัดการกองทรัสต์ บริษัทอมตะ ซัมมิท รีทส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ทรัสตี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด โดยเสนอขาย IPO วันที่ 4- 12 มิถุนายน 2558 หุ้นน่าสนใจเชิงกลยุทธ์: IRCP IRPC SUPER TPIPL TTA CPF DEMCO TKS IVL KTC GRAMMY EMC CNT SGP, นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงตลาดรถยนต์เดือนพฤษภาคม 58 ว่า มีปริมาณการขาย 56,942 คัน ลดลง 18.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาแนวรับ 2.94 บาท แนวต้าน 3.20 บาท CSS คาดผลประกอบการ H2/58 โตต่อเนื่อง รับอานิสงค์ค่ายมือถือลงทุน 3G-4GTechnical SET range: 1,500-1,518 BJCHI ตั้งเป้า 3 ปี รายได้โตเฉลี่ยปีละ 15% ลั่นกำไรโต 2 เท่าใน 5 ปีคำแนะนำของ ASLปรับตัวซื้อระยะสั้นหรือซื้อเก็งกำไรเน้นยืน 10.80-11.10。

ดอลล์อ่อนค่า วิกฤตกรีซส่งผลเฟดชะลอขึ้นดบ.BRN15/2,113 Short ที่เปิดไว้ 2,150 บาท ทำกำไรได้ที่ 2,110 บาท สถานะใหม่ Short ที่ 2,135 บาท เป้าหมายทำกำไร 2,110 บาท ตัดขาดทุนเหนือ 2,145 บาท ,ทั้งนี้ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอมตะซัมมิทโกรท (AMATAR) เข้าเทรด SET วันนี้ 30 มิ.ย. ในหมวดอุตสาหกรรมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง วันที่เริ่มทำการซื้อขาย 30 มิ.ย.2558 จำนวนหน่วย 357,890,000 หน่วย ราคาพาร์ 10.00 บาทต่อหน่วย ราคาเสนอขาย 10.00 บาทต่อหน่วย BJCHI ตั้งเป้า 3 ปี รายได้โตเฉลี่ยปีละ 15% ลั่นกำไรโต 2 เท่าใน 5 ปีนอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ 6 สกุลในตะกร้าเงินนั้น ปรับลง 1.34% แตะที่ 94.89 เมื่อคืนนี้ ซึ่งการอ่อนค่าของดอลลาร์จะทำให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ SUPER คาดเริ่มสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ญี่ปุ่นเฟสแรก 70 MW ใน Q4/58 ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้นคอมมอนเวลท์ แบงก์ ปรับตัวลง 98 เซนต์ หุ้นเนชั่นแนล ออสเตรเลีย แบงก์ อ่อนตัว 44 เซนต์ และหุ้นเวสท์แพค บวก 47 เซนต์ ประเด็นกรีซ:ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลงกันอย่างหนัก หลังจากกรีซไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ได้ ประเด็นนี้ถือเป็น Negative Surprise สุดๆ เพราะตลาดไม่ได้คาดคิดกันมาก่อน (ส่วนใหญ่มองน่าจะคุยกันรู้เรื่อง) สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ การประชามติในวันที่ 5 ก.ค.58 ของกรีซว่าจะรับหรือไม่รับเงื่อนไขของ TROlKA และการชำระหนี้กว่า 1.5 พันล้านยูโรคืนแก่ ซึ่งมีกำหนดชำระในวันที่ 30 มิ.ย.58 หากไม่ทันกรีซต้องเข้าสู่สถานะผิดนัดชำระหนี้ และอาจบานปลายจนถึงขั้นออกจากกลุ่มยูโรโซน สำหรับผลกระทบต่อ SET lndex ประเมินออกมาได้ดังนี้,ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเช้าดิ่งลงอย่างรุนแรง โดยดัชนีฮั่งเส็งร่วงลง 714.57 จุด หรือ 2.68% ปิดภาคเช้าที่ 25,949.30 จุด หลังจากที่ประชุมยูโรกรุ๊ปได้ปฏิเสธที่จะขยายความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซ ที่จะสิ้นสุดลงในวันอังคารนี้ ก่อให้เกิดความวิตกว่ากรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ 1.6 พันล้านยูโรแก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), หุ้นแนะนำภาคบ่าย: TISCO (ผลประกอบการธนาคารกลางโดดเด่รกว่าธนาคารใหญ่ หลังผ่านการตั้งสำรองรถคันแรกไปแล้วในปีก่อน, เป้าทางกลยุทธ์ 49.00-50.00 ตัดขาดทุน 45.75),SYMC (คาดราคาหุ้นสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มจากการขยายโครงข่ายแล้ว และ Digital Economy น่าจะหนุนการใช้งานโครงข่ายเพิ่มขึ้น, กลยุทธ์ 13.80-14.70 ตัดขาดทุน 12.90)นักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากที่ประชุมยูโรกรุ๊ปได้ปฏิเสธที่จะขยายเวลาสำหรับโครงการความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซที่จะสิ้นสุดลงในวันนี้ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความวิตกว่า กรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ 1.6 พันล้านยูโรแก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันนี้เช่นกัน แนะนำซื้อ SUSCO โดยมีแนวรับที่ 3.56 และ 3.54 และมีแนวต้านที่ 3.80 และ 4.00 เป็นจุดขายทำกำไรโดยโครงการนี้จะปรับปรุงเป็น Let s Relax Spa สาขาสวนพลู (สปาระดับ 4 ดาว) โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการและรับรู้รายได้ต้นไตรมาส 4 เนื่องจากต้องมีการปรับปรุงและตกแต่งเพิ่มเติม ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นบ่ายนี้ จับตาสถานการณ์กรีซขณะที่กรีซสร้างความกังวลไปทั้งโลกด้วยการประกาศปิดทำการธนาคารพาณิชย์จนถึงวันที่ 6 ก.ค.ซึ่งเป็นช่วง 1 วันหลังจากทีมีการจัดทำประชามติตามแผนในวันที่ 5 ก.ค.ว่าด้วยข้อเสนอในการรับเงินช่วยเหลือ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลง โดยตลาดหุ้นบ้านเรามีแรงขายออกมาในหุ้นขนาดใหญ่นำ โดยกลุ่มสื่อสาร พลังงาน และวัสดุก่อสร้างซึ่งหากไปมองนักลงทุนต่างชาติจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาได้ขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง และได้ขายหุ้นไทยออกไปมากแล้ว ทำให้มีเหลือ Position ในตลาดหุ้นไทยไม่มากแล้ว แต่พวกที่ถือหุ้นไทยอยู่เป็นนักลงทุนรายย่อย และสถาบันในประเทศ ที่ถือหุ้นไทยอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งถ้าสถาบันในประเทศไม่ Panic Sell ตลาดฯก็จะไม่อ่อนตัวลงแรงมาก ดังนั้นตอนนี้คงจะต้องจับตาที่แรงขายของสถาบันในประเทศเป็นหลัก?SET Index: ปิดยืนเหนือ 1520 ได้ สัญญาณในเชิงบวกS50U15 Open Long ที่แนวรับ 985 และ 980 986 / 985 988 / 990 SET ปิดเช้าบวก 1.68 จุด KBANK ซื้อ-ขายสูงสุด 761.71 ลบ.。

Insights from Russell Hsiao.

China-US Rivalry: The Taiwan Factor
Credit: Office of the President, ROC (Taiwan)

The Diplomat author Mercy Kuo regularly engages subject-matter experts, policy practitioners, and strategic thinkers across the globe for their diverse insights into U.S. Asia policy.?This conversation with Russell Hsiao – executive director of Global Taiwan Institute, senior fellow of The Jamestown Foundation, and adjunct fellow at Pacific Forum – discusses the U.S. approach to Taiwan, and how it factors into the China-U.S. relationship.

Compare and contrast the Trump and Biden administration’s approach to Taiwan.

Despite President Trump’s unpredictability and indifferent attitude toward Taiwan, there were many substantive advances in U.S.-Taiwan relations under his administration. These advances are primarily a function of the fundamental bipartisan shift in the U.S. approach to China toward competition and recognition of Taiwan’s strategic importance in the Indo-Pacific region. Although senior personnel appointments do matter, there are more consistencies than change in the two administrations’ fundamental approach to Taiwan in large part due to these macrolevel changes—even though the means do differ.

The Biden administration has for now maintained many of the features of the previous administration’s approach to Taiwan such as visible support for and measures to expand contacts with Taiwan to push back against the PRC’s growing pressure campaign. The most distinguishable feature between the two administrations’ approach is in President Biden’s focus on strengthening ties with allies and partners based on shared values and thereby collectively restraining Chinese malign behaviors rather than seeking to counter the PRC through unilateral exertion of U.S. military and economic power.

Explain the rising stakes of the “Taiwan factor” in China-U.S. rivalry and global affairs.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

U.S.-China rivalry is growing in tandem with increasing cross-strait tensions, so the stakes are clearly increasing. However, we should also be careful not to overstate the pace of change or assume overly deterministic outcomes based simply on current trends. The dangers of overreacting could stoke a crisis and be potentially as destabilizing as not responding to China’s increasingly aggressive behaviors. The fact of the matter is that growing U.S.-China rivalry will increasingly make Taiwan a factor in overall U.S.-China strategic competition and increasing cross-strait tensions are naturally creating more alignments between Washington and Taipei.

As the points of friction over the Taiwan Factor increase, the risk of miscalculation also increases. The culmination of events could lead to deepening resentments that are already apparent, which would make it very difficult to find off-ramps on either side should a crisis erupt. Yet, competition does not necessarily have to lead to conflict. In order to prevent such an outcome, Beijing should engage in faithful dialogue with the democratically elected leaders of Taiwan before views on the island harden ever more so against Beijing.

Assess the impact of the Taiwan Factor on the G-7 Summit. ?

Taiwan is increasingly seen as the canary in the coal mine for China’s neighbors and particularly democracies for the corrosive effects of China’s growing military, economic, and political influence on the world stage. Beijing’s aggressive tactics such as its intensifying gray zone activities against Taiwan in the economic, political, and military sphere are now being increasingly felt by other countries and businesses. This has laid bare the fact that China’s militarization, coercion, and intimidation may not end with Taiwan.

These perceptions have been amplified manifold against the backdrop of the COVID-19 pandemic, in which the G-7 governments – bound by shared values as open, democratic, and outward-looking societies – have taken note of democratic Taiwan’s exclusion from international health efforts as a result of authoritarian China’s recalcitrance, which prevents the strengthening of cooperation on issues of global concern that is vital to ensure inclusive processes in international organizations.

Explain Taipei’s strategic calculus in engaging the Biden administration to mitigate cross-strait crisis or conflict.

Without endogenous deterrence capabilities like nuclear weapons, Taiwan on its own will have no choice but to fight a losing battle or be coerced to accept Beijing’s terms for negotiations on unification. Washington therefore plays a critical role as a balancer and provides Taipei with the confidence it needs to engage China in cross-straits relations.

While there are growing and compelling calls for Washington to move toward “strategic clarity,” there is little that Taipei can do to force a change in this consideration barring a unilateral move to radically move away from the status quo – it hasn’t done so and arguably need not do so now, since there is greater alignment of interests between Washington and Taipei than ever before since the change in diplomatic ties in 1979.

What is the impact of anti-Asian American and anti-China sentiment on U.S. policymakers’ decision-making process on Taiwan policy and the U.S.-China competition??

The changes in the U.S. approach toward Taiwan have been primarily driven by a fundamental bipartisan shift in the U.S. approach to China and the recognition of Taiwan’s strategic importance in the Indo-Pacific region. This shift in mindset was underscored by Assistant Secretary of State for East Asian and Pacific Affairs David Stilwell in 2020 when he stated: “While they may be interrelated, our relationship with Taiwan is not a subset of our bilateral relationship with the PRC.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

U.S. policymakers need to be mindful of the potential effects of anti-China sentiments and negative externalities resulting from its conflation to anti-Asian American sentiments. It is critical that when the U.S. government externally communicates its policy of strategic competition with China, it is properly focused, precise about the malign behaviors, and conscientiously referring to the party-state led by the Chinese Communist Party (CCP). And, most importantly, at the same time as it is talking to its allies and like-minded partners, it should also try to communicate with the people within China, and even more importantly with the domestic audience at home so that the people can have a better understanding about the nature of the challenge.