Trans-Pacific View | Society

ตรวจ หวย 17 กุมภา 2563: How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America

ยูฟ่า777air,ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 59 บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผน เบื้องต้นตั้งงบลงทุนปกติไว้ 100 ล้านบาท แต่อาจจัดงบลงทุนเพิ่มอีกราว 50 ล้านบาทหากตัดสินใจขยายการให้บริการศูนย์รับฝากคอมพิวเตอร์(Internet Data Center)บนพื้นที่ชั้น 4 ของบริษัท มูลค่าการลงทุนราว 30-40 ล้านบาท โดยจะมีการเปิดให้บริการในพื้นที่ชั้น 3 ช่วงต้นปี 59 จากปัจจุบันพื้นที่ชั้น 2 มีผู้ใช้บริการแล้ว 65% และอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ารายใหญ่เข้ามาใช้บริการเพิ่มเติม คาดว่าจะเต็มพื้นที่ในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้ยังจะมีการลงทุนในเรื่องของ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) อีกราว 20 ล้านบาท เพื่อขยายตลาดผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องประกอบกับยังมีแรงฉุดจากการหดตัวต่อเนื่องของภาคการส่งออกและภาคเกษตรกรรม ที่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากความเปราะบางทางเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นคู่ค้าสำคัญและความเสี่ยงจากภาวะภัยแล้ง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ,ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าปริมาณงานในมือ (Backlog) กว่า 1,200 ล้านบาททั้งงานก่อสร้างในประเทศ และงานซ่อมบำรุงและดูแลรักษา (Maintenance) เครื่องจักรในโครงการ Ambatovy ซึ่งเป็นโรงงานถลุงเหมืองแร่ที่ประเทศมาดากัสการ์ ระหว่างนี้บริษัทเตรียมเสนองานก่อสร้างใหม่หลายโครงการ มูลค่ารวมจะสูงกว่า 10,000 ล้านบาท โดยทุกงานทุกโครงการเป็นการรับงานแบบสัญญาเปิด บริษัทสามารถเพิ่มการรับรู้รายได้จากมูลค่างานในช่วงเริ่มเสมอโดยมีปัจจัยสนับสนุนทั้งการที่ธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) ยังคงอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังแสดงท่าทีว่าอาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม 3 ค่ายมือถือ เปิดบริการโอนเงินข้ามกระเป๋าเงินออนไลน์บนมือถือไม่จำกัดค่ายโดยยังมีมุมมอง บวก ต่อ DEMCO ในการเป็นผู้นำในการเป็นผู้รับเหมาด้านพลังงานทดแทน แต่ทว่าการซ่อมแซมงานที่ส่งมอบนั้น ถือเป็นรายการที่เกิดขึ้นได้ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วไปรวมถึง DEMCO ซึ่งรายการนี้ มองว่ารายการนี้อาจส่งผลต่อ ความเชื่อมั่น ต่องานอื่นๆในอนาคตได้ และจะสร้างความกังวลบนราคาหุ้นไปอีกระยะ โดยเราจะทบทวนประมาณการอีกครั้งในการประชุมแถลงผลประกอบการ 9 ธ.ค. นี้ คำแนะนำเดิม ซื้อ โดยอยู่ระหว่างทดทวนราคาเหมาะสม (เดิม 16.00 บาท/ หุ้น อิง SOTP) HPT คาดรายได้ปีนี้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 120 ลบ. เตรียมอัพกำลังผลิต 20%,สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตลาดหุ้นฝรั่งเศสจะเปิดทำการซื้อขายตามปกติในวันนี้ แม้ว่า จะเกิดเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีสเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมากก็ตาม、หวย ไทยรัฐ 1 มิถุนายน 2562、สำหรับสาเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกของปีนี้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ในภาพรวมยอดขายจะค่อนข้างทรงตัวตามภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากบริษัทมีนโยบายในการมุ่งเน้นขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเพิ่มมากขึ้น และงวด 9 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทฯ มีการผลิตสินค้าจากโรงงานผลิตเครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผงของบริษัทฯ ได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 95.60% ของกำลังการผลิตติดตั้งรวม จึงทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง ทั้งนี้ บริษัทมีขาดทุนลดลงเนื่องจากบริษัทตัดธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และกำไรออกไป และเน้นงานบริการและซ่อมบำรุงในธุรกิจ Oil and Gas ที่เป็นงานโปรเจ็กต์ มีอัตราส่วนกำไรขั้นต้นในเกณฑ์ดี ส่งผลให้บริษัทมีรายได้และผลกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น ท่ามกลางภาคธุรกิจน้ำมันชะลอตัวจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงขณะที่มองภาพรวมของธุรกิจที่ผ่านมาถือว่าสดใส เนื่องจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การขยายตลาดในธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อต่อยอดธุรกิจ โดยให้บริษัท ยูเอซี แอดวานซ์ โพลีเมอร์ แอนด์ เคมิคัลส์(UAPC)มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มใหม่ อาทิ กลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เครื่องนุ่งห่ม และยังได้ขยายตลาดไป AEC เช่น ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ เป็นต้นนอกจากนี้บริษัทฯยังมีงานในมือ (Backlog)อีกราว 350 ล้านบาท แบ่งเป็น จากโครงการการสั่งซื้อสาย Optic Drop Wire Round FTTX IF บมจ.ทีโอที(TOT)มูลค่า 57 ล้านบาท งานชิ้นส่วนอะไหล่ 40 ล้านบาท และงานติดตั้งโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกของ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น(TRUE) มูลค่า 180 ล้านบาท โดยจะรับรู้เป็นรายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ราว 50 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ฯ ไปจนถึงปี 59JAS มูลค่าการซื้อขาย 1,657.92 ล้านบาท ปิดที่ 5.20 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงUNIQ ยืมหุ้น short ,ยูโรเน็กซ์ ปารีส วางแผนว่า จะไม่เปลี่ยนแปลงกำหนดการเปิดทำการแต่อย่างใด แม้ว่า ตลาดหุ้นฝรั่งเศสจะตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุยิงและระเบิดไปไม่กี่ไมล์ก็ตามกราฟของ SMPC อ่อนตัวปรับฐานลงมาหลังจากขึ้นแรงก่อนหน้านี้ โดยลงมาทรงตัวที่แนว 6 บาท และเกิดรูปแบบ morning star ขณะที่ RSI เริ่มผงกขึ้น คาดว่าเกิด double bottom ที่จะทำให้มีการดีดตัวขึ้นได้ แนะนำซื้อเก็งกำไรมีต้านสั้น 6.70 บาท。

นักลงทุนจับตาดูรายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟดประจำวันที่ 27-28 ต.ค. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อจับสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าหรือไม่ ผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ล่าสุด ซึ่งจัดทำโดย CMEGroup s Fedwatch ระบุว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.นั้น มีสูงเกือบ 70%อย่างไรก็ตาม ในปีหน้ายังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทลดลง ประกอบกับปัญหาภัยแล้งหากต่อเนื่องมาถึงปีหน้าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเช่นกัน และอาจจะส่งผลกระทบต่อบริษัทด้วยส่วนหนึ่ง ,โดยในช่วงก.ค.- ต.ค.58 ได้เบิกจ่ายไปแล้ว 14,988 ล้านบาท หรือเบิกจ่ายแล้ว 39% ยังเหลืออีก 61% ของงบรวม หรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาทจะทยอยเบิกใช้ในเดือนพ.ย. 58 ไปจนถึงไตรมาส 1/59ATP30 คว้าลูกค้าใหม่ 3 รายเริ่มให้บริการ 25 คัน รับรู้ตั้งแต่ต้นปี 59แนวโน้มภาคบ่าย: ผันผวนอิงทางลง บอร์ด BOI ไฟเขียวส่งเสริมการลงทุน 15 โครงการ เงินลงทุนกว่า 3.7 หมื่นลบ., บอร์ด BOI ไฟเขียวส่งเสริมการลงทุน 15 โครงการ เงินลงทุนกว่า 3.7 หมื่นลบ.7.บริษัท ไวส์วูดส์ จำกัด ได้รับการส่งเสริมในกิจการผลิตแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง ( MEDIUM DENSITY FIBERBOARD ) เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,100 ล้านบาท ตั้งกิจการที่จังหวัดเพชรบุรี โดยแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลางนี้ จะนำไปใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องเรือน และวัสดุก่อสร้าง ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเช่น เศษไม้ กิ่งไม้ ปีกไม้ยางพารา มูลค่าประมาณ 1,158 ล้านบาทต่อปี สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศจากการส่งออกร้อยละ 80พร้อมกันนี้ปีนี้บริษัทพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ให้อยู่ในระดับเดียวกันกับ 9 เดือนที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 33.2% จากปีก่อนอยู่ที่ 32.6% จากการควบคุมต้นทุนการผลิต และรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่ 5.68% จากปีก่อนอยู่ที่ 6.44% เนื่องด้วยที่ผ่านมาบริษัทมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการทำโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย ประมาณ 282 ล้านบาท,ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายภายในปี 63 จะเป็นบริษัทที่เน้นสินค้าและบริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยางมะตอยและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียมอย่างครบวงจร และเป็นตัวเลือกหลักของคู่ค้าต่างๆจากทั่วโลก โดย Vision ในช่วง 5 ปีข้างหน้า (59-63) คือ จัดจำหน่าย/ส่งมอบ ผลิตภัณฑ์ยางมะตอยและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 6 ล้านตันใน 5 ทวีปหลักอย่างยั่งยืน และเน้นความรับผิดชอบต่อสังคม、ทั้งนี้ บริษัทได้ขยายกำลังการผลิตลูกชิ้นซีฟู้ดจาก 9,000 ตัน/ปี แต่จะเพิ่มเป็น 15,000 ตัน/ปี เพื่อรองรับร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา รวมทั้งขยายช่องทางการตลาดไปทั้งในโมเดิร์นเทรด ตลาดสด รวมถึงตลาดต่างประเทศ กลยุทธ์ระยะสั้นรอทยอยซื้อรอบใหม่แถวบริเวณ 1360 +/- ซึ่งคาดว่า น่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาบ้างของสถาบันSORKON: วางเป้าหมายธูรกิจโตต่อเนื่องรายได้รวม 5 ปีแตะ 6 พันลบ. ฮั่งเส็งปิดเช้าพุ่ง 459.43 จุด ตามตลาดหุ้นทั่วโลกโดยก่อนหน้านี้ AJD รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/58 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 8.35 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.003 บาทต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 621.42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.16 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.0004 บาทต่อหุ้นอย่างไรก็ตาม ในวันซ้อมและวันจริง 11 ธ.ค. 58 นี้ ขอความร่วมมือประชาชน 3 ข้อ คือ 1. ควรขี่ให้เป็นระเบียบอย่าขี่ตัดหน้าคันอื่น 2. อย่าถ่ายภาพเซลล์ฟี่ขณะขี่จักรยาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งในการจัดกิจกรรมที่ผ่านมา พบมีการถ่ายภาพเซลฟี่เป็นจำนวนมากซึ่งอันตราย 3. การเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายให้สมบูรณ์ที่สุด。 ราคาหุ้น บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASIMAR ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 3.40 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 6.25% มูลค่าการซื้อขาย 125.87 ล้านบาท หลังงวดไตรมาส 3/58 มีกำไรสุทธิ 46.45 ล้านบาท หุ้นใหญ่ ITD งบฯงวด 9 เดือนขาดทุนหนักกว่า 300 ลบ.ขณะเดียวกันราคาหุ้นบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS ราคาอยู่ที่ 21 บาท บวก 1.20 บาท หรือ 6.06% สูงสุดที่ 21 บาท ต่ำสุดที่ 19.90 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 946.34 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.10% โดยราคาหุ้น MTLS ทำจุดสูงสุดใหม่นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์。

Trump’s encouragement of white supremacy and his strident anti-China rhetoric proved a toxic combination for Asian Americans.

How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America
Credit: Official White House photo by Tia Dufour

If there is anything that can be more callous, more vicious, and more capable of gripping and crushing people’s hearts during the pandemic than the COVID-19 virus, hate crimes and xenophobic violence against racial minorities and vulnerable groups are definitely at the top of the list.

Anti-Asian violence has surged in the United States during the COVID-19 pandemic and the trend has yet to show any significant signs of abating. A large number of verbal and physical attacks against Asian Americans have been reported, especially since last year. The most notorious example was the mass shooting in Atlanta on March 16, when Robert Aaron Long, a 21-year-old white man, killed eight people, of which six were Asian women. In a news report covering this cold-blooded shooting, Australia Broadcasting Corporation (ABC) said the shooting brought new urgency to the outrage against former President Donald Trump’s racist rhetoric against Asian Americans, and particularly Chinese Americans.

According to the Pew Research Center, Chinese Americans are the largest Asian origin group in the U.S., making up 23 percent of the country’s Asian population, or 5.4 million people. Asian Americans are projected to be the nation’s largest immigrant group by the middle of the century.

But now anger, fear, uncertainty, and loss are gripping many Asian American communities in the United States. According to another Pew Research survey in April 2021, 32 percent of Asian adults who participated in the survey say they have feared being threatened or physically attacked, while 81 percent say violence against Asian Americans is increasing. One in five U.S. Asians cites former President Donald Trump as the main reason for the rise in violence against Asian Americans.

On many issues, including immigration and race, Donald Trump has ignited intemperate anger in many Americans, some of whom seem to hold very xenophobic or even extremist stands and viewpoints. Alejandro Mayorkas, the U.S. secretary of homeland security, claimed that domestic violent extremism poses the most lethal and persistent terrorism-related threat to the United States today. The brutality and the widespread fear it created in many Asian communities in the U.S. suggest that hate crimes in the form of random, unprovoked, and undifferentiated violence against Asian Americans should be considered a part of the threat Mayorkas mentioned.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In the present reality, if you are an ethnic Asian who happens to live in the United States, you may need to watch over your shoulder even when going out jogging or shopping.

“Hate crimes were on the rise even before COVID,” Dr. John Merrill, a non-resident scholar at George Washington Institute for Korean Studies, George Washington University, told The Diplomat in an interview. “A large part of the blame was Trump’s habitual use of racially charged expressions.”

Many have cited former President Trump as one of the top reasons for the widespread and rapid growth of violence against Asian Americans, especially since the outbreak of the COVID-19 pandemic.

According to a recently released report by the Center for the Study of Hate & Extremism at California State University, San Bernardino, anti-Asian hate crimes in 16 of the largest U.S. cities increased 145 percent in 2020. Quoting FBI data, the report indicates that anti-Asian hate crime incidents surged notably during the Trump administration after an overall and continuous drop since the mid-1990s.

Even though the World Health Organization has made it clear that place-specific disease names could provoke a backlash against members of particular religious or ethnic communities and may bring serious consequences for peoples’ lives and livelihoods, Trump and several members of his administration repeatedly used very racist terms in addressing the COVID-19 pandemic. That did not happen in a vacuum: U.S. domestic xenophobic resentments had been on the rise even before the pandemic, especially since Trump took office. As Angela Gover, Shannon Harper, and Lynn Langton pointed out in a paper published in the American Journal of Criminal Justice, the prejudiced attitudes and actions on the individual level may be significantly reinforced by institutional-level support during times of crisis or great change, including the coronavirus pandemic.

A peer-reviewed journal, the American Journal of Public Health, has also published a study on the association of Trump’s racist tweets with anti-Asian sentiments. The study, which was conducted by a group of scholars at the University of California San Francisco, claims that “When comparing the week before March 16, 2020, to the week after, there was a significantly greater increase in anti-Asian hashtags associated with #chinesevirus compared with #covid19.” According to the study, Trump’s tweet about the “Chinese virus” on that date “was directly responsible for a major increase in anti-Asian hashtags… and the use of terms like ‘Chinese virus’ and ‘kung flu,’ which Trump publicly said at a rally in June (2020), have come alongside a rise in racist sentiment toward Asians in the U.S.”

Also, Elliot Benjamin, a scholar at Capella University at Minneapolis in Minnesota, examined the relationship between Trump and the coronavirus pandemic in the context of xenophobia against Asian Americans. Benjamin pointed out that many of the statements and policies by Donald Trump are “completely antithetical to the basic premises of humanistic psychology that involve engaging in empathic, authentic relationships with people.”

Trump himself, predictably, resisted any responsibility, as the following exchange, from a press conference in March last year, reveals:

Question: What’s the concrete measure that you’re taking to combat the hate crimes against Asian (Americans)?

THE PRESIDENT: Well, I don’t know. All I know is this: Asian Americans in our country are doing fantastically well.

How could Trump’s words and deeds, particularly his name-calling and finger-pointing amid the pandemic, lead to such a shocking rise in Anti-Asian hate crimes? Trump’s comments must be seen in the context of his embrace of white supremacy as a weapon in his war against everything and everyone he dislikes, including the non-white immigrants and minority racial groups.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In an analysis for CNN, Vivien Tsou, national field director for the National Asian Pacific American Women’s Forum, argued that Asian Americans “did not face distinct peril but were targeted by the same forces of hate endured by Black Americans.” As Tsou said, “it all stems from White Supremacy.” The analysis also pointed that “even though Trump is no longer in office, much of the Republican Party can’t shake its relish for raising the specter of outsiders – often people of color – while hinting that they threaten majority White American culture.”

“[H]ate crimes against newly arrived immigrants have been around for a long time. Over the years, different minorities were targeted – whether they were Chinese, Irish, Italian, or Jewish-American,” Merrill told The Diplomat. “When there were fears about a new contagious disease and if the public perceived an association with a specific ethnic group, existing prejudices were exacerbated and hate crimes increased. In recent years, we’ve seen this happen with AIDS and Haitians; SARS and Chinese; and Ebola and West Africans.”

As a maverick political figure with a sizeable popularity base, Trump’s words and deeds, even when they shock the conscience, often generate lasting consequences. For example, amid all the finger-pointing at China and allegations that the Chinese are stealing American jobs, Trump and his administration started an unprecedented trade war with China. This has yet to bring many jobs back to the United States, however, as it is U.S. companies themselves, driven by the force of market competition, that are “stealing” American jobs.

More recently, by constantly blaming China for the pandemic, using racist terms like “Chinese virus” and “kung flu,” Trump reignited and further aggravated the long-held and deeply entrenched xenophobic resentment in U.S. society, which he and his party could use for various political ends. It’s notable that, when the U.S. House of Representatives passed a non-binding resolution in September 2020 to denounce anti-Asian racism, including terms like the “Wuhan virus,” 164 Republicans voted against it, and only 14 voted in favor. More recently, Congress overwhelmingly passed new legislation addressing the rise in hate crimes against Asian Americans. Every single vote against the bill came from Republicans.

For now, it appears that Trump has left Biden with an overall acceptable blueprint and framework for approaching relations with China, now perceived as the United States’ primary peer competitor. But with respect to fighting the pandemic and especially dealing with the surging domestic racial conflicts and hate crimes, including those against Asian Americans, Trump has left the Biden administration a complete mess. The big problem is how to fight rising attacks and harassment against racial groups amid cresting white nationalism and domestic extremism. To note, the number of hate incidents reported to Stop AAPI Hate, an organization created in 2020, increased significantly from 3,795 to 6,603 during March 2021.

Merrill was encouraged by the recent legislation, calling it “a good first step in reducing Anti-Asian hate crimes.” But he expressed concern that “the current wave of anti-Asian violence will end only when the pandemic is over.”

“Conceivably, it could even get worse before it gets better, especially if the lab-leak theory of COVID’s origin gains more traction,” Merrill added.

Indeed, even as I was working on this article, my cellphone suddenly alerted me that a 55-year-old Chinese woman had been “knocked out in unprovoked attack in NYC’s Chinatown” on June 1.