The Debate

ตรวจ หวย วัน ที่ 1 มีนาคม 63: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

บา คา ร่า ufabet168,ขายลดพอร์ตระยะกลางมีโอกาสปรับตัวลงทดสอบ 1,477。 กลยุทธ์ระยะสั้นแนะนำรอซื้อเมื่ออ่อนตัวแถว 1460-1450 จุด ขณะการปรับลดลงมาเป็นจังหวะการสะสมหุ้นผลประกอบการ Q2 เด่นอย่าง IVL, CSS, AAV, MCขณะนี้บริษัทมีแผนจะใช้งบในไตรมาส 3/58 ยื่นไฟลิ่ง โดยใช้ทุนจดทะเบียน 135 ล้านบาท และคาดว่าจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) 0.25 บาทต่อหุ้น แต่อาจมีการปรับพาร์อีกครั้งก่อนเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 20% ของทุนจดทะเบียนภายหลังการเพิ่มทุนนายอนันต์ วงศ์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ กล่าวว่า สำหรับโรงงานแปรรูปสุกรแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ความสำคัญกับการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและการประหยัดน้ำมาโดยตลอด แม้ว่าในในโรงงานจะใช้น้ำไม่มากอยู่แล้ว เพราะไม่ใช้น้ำในกระบวนการผลิต ส่วนใหญ่ใช้น้ำประปาล้างทำความสะอาดพื้นและสายพานการผลิตเท่านั้น ขณะเดียวกัน ยังนำน้ำหลังการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ ทั้งในการล้างพื้นถนน ล้างรถ และรดน้ำต้นไม้ ทดแทนการใช้น้ำประปา รวมถึงกำลังต่อยอดโครงการอนุรักษณ์น้ำด้วยการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดนี้ไปใช้ในห้องน้ำของโรงงานอีกด้วยตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกติดต่อกัน 7 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของกรีซ หลังจากมีรายงานว่า ECB ประกาศเพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉินให้แก่ธนาคารกรีซอีก 900 ล้านยูโร (989 ล้านดอลลาร์) เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ตามคำร้องขอของธนาคารกลางกรีซ , TPCH เผยลงนาม PPA กับ กฟภ. ในโครงการ แม่วงศ์ เอนเนอยี่ เรียบร้อยแล้วรวมทั้งผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2558 ของกลุ่มธนาคารที่จะทยอยประกาศปลายสัปดาห์นี้ถึงต้นสัปดาห์หน้ามีแนวโน้มเป็นลบจากแรงกดดันจากการปล่อยสินเชื่อชะลอตัวลง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)ลดลง รวมถึง สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)ที่สูงขึ้นซึ่งจะกดดันตลาดหุ้นไทยทั้งนี้ คิดเป็นเงินลงทุนในส่วนของ FORTH จำนวน 52 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท และเป็นเงินลงทุนในส่วนของ FSMART จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนของ FSMART การลงทุนดังกล่าวเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจบริการเติมเงินออนไลน์ ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3 หรือ JAS-W3 เปิดเทรดวันนี้ ณ เวลา 10.22น. ทรงตัวอยู่ที่ 1.68 บาท สูงสุดที่ 1.92 บาท ต่ำสุดที่ 1.66 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 774.59 ล้านบาทสัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงหลังจาก EIA รายงานว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 ก.ค.อยู่ที่ 9.562 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงมากส่วนสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมัน เพิ่มขึ้น 438,000 บาร์เรล สู่ระดับ 57.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 58,000 บาร์เรล สู่ระดับ 218 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 3.8 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 141.3 ล้านบาร์เรลด้านนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) แถลงเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทยว่า ECB ได้เพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉินให้แก่ธนาคารกรีซอีก 900 ล้านยูโร (989 ล้านดอลลาร์) เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ตามคำร้องขอของธนาคารกลางกรีซคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ หลังจากที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดได้แถลงต่อสภาคองเกรสสหรัฐเมื่อคืนนี้ PRINC ราคาปิด 3.26 บาท แนะนำซื้อ DTAC โดยมีแนวรับที่ 84.00 และ 83.00 และมีแนวต้านที่ 87.00 และ 88.00 เป็นจุดขายทำกำไรBEAUTY ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งตัวขึ้นจากฐานด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Morning Star สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 3 เดือนได้ พร้อมเครื่องมือ MACD กลับมาเป็นบวก มีแนวต้านแรกบริเวณ 4.16 บาท และเป้าระยะกลางที่บริเวณ 4.30 บาทอนึ่ง ราคาหุ้น LIVE นั้นมีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.58 จากระดับราคา 0.38 บาทTHANI/2.96 ยก Low ขึ้นมาพร้อมแรงซื้อหนาแน่น ขณะที่เครื่องมือให้สัญญาณหนุนต่อเนื่อง น่าไปต่อได้ เก็งกำไร แนวรับ 2.88 แนวต้าน 3.06-3.10 cut loss 2.82 บ.ราคาปิด 0.94 , JAS-W3 ปิดเทรดที่ 1.55 บ. วอลุ่มพุ่ง 1.79 พันลบ.ขณะที่ คาดว่าจะสามารถนำเสนอแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินในระยะที่ 3 ให้กระทรวงการคลังได้ในเดือนส.ค.นี้ ซึ่งแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินฯ จะเริ่มต้นปี 58 ไปอีก 5 ปี โดยในแผนดังกล่าวประกอบด้วย หลักสำคัญ 1. เป็นมาตรการที่ช่วยส่งเสริม SMEs ให้เข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น 2.การส่งเสริมระบบดิจิทัลแบงก์กิ้ง 3.การส่งเสริมความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และ 4.เป็นการพัฒนาบุคลากรทางการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) เผยภาวะเศรษฐกิจการเกษตร(GDP ภาคเกษตร) ช่วงครึ่งแรกของปี 58 หดตัว 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการติดลบมากที่สุดในรอบ 36 ปี และคาดว่าทั้งปี GDP ภาคเกษตรจะหดตัวในช่วง -4.3 ถึง -3.3% ซึ่งจะต้องมีการประเมินสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงอย่างใกล้ชิดเพื่อหามาตรการเฉพาะหน้าเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพราะภัยแล้งอาจส่งผลกระทบไปถึงปี 59 SET : ลุ้นรีบาวด์ แต่เน้นขึ้นขายอย่างไรก็ตาม นายประทีป เปิดเผยเพิ่มเติมว่า บริษัทจะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณางบไตรมาส 2/58 ในช่วงเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งอาจจะมีเซอร์ไพร์สเกี่ยวกับการนจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้น คาดว่าจะจ่ายในอัตราสูงกว่านโยบายของบริษัทที่กำหนดจ่าย 40% ของกำไรสุทธิแน่นอนแนะนำซื้อ : ราคาสามารถยืนเหรือเส้น UTL และเส้นค่าเฉลี่ย 15 วันได้ต่อเนื่อง คาดอยู่ในช่วงสะสมกำลังเตรียมทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 13.60JMT-W1 จำนวนที่ออก 74 ล้านหน่วย จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 5 : 1 (ขึ้น XW 16 มิ.ย. 2015) อัตราใช้สิทธิ 1 : 1 @ 18.0 บาท, อายุ 3 ปี กำหนดใช้สิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้ายของเดือนมี.ค., มิ.ย., ก.ย. และ ธ.ค. (โดยใช้สิทธิได้ครั้งแรกคือวันที่ 30 ก.ย. 2015 และใช้สิทธิได้ครั้งสุดท้ายคือวันที่ 29 มิ.ย. 2018)。

CPF เผยทุกโรงงานเน้นการบริหารจัดการน้ำตลอดกระบวนการผลิตสินค้า สำหรับผลการดำเนินงานของ TMC ในไตรมาส 1/58 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีผลขาดทุนสุทธิ 40.60 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.14 บาทต่อหุ้น ขาดทุนเพิ่มขึ้น 81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 22.39 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.08 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ ECB อยู่ระหว่างพิจารณาว่า ควรจะอัดฉีดเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาภาวะตึงตัวในระบบการเงินของกรีซหรือไม่ หลังจากที่รัฐสภากรีซมีมติอนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ในช่วงเช้าวันนี้ ตามเวลาไทย เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐบาลกรีซได้ทำข้อตกลงร่วมกับกลุ่มเจ้าหนี้ยูโรโซนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะมีข้อสรุปเกี่ยวกับแผนการลงทุนและมูลค่าการลงทุนในช่วงปลายไตรมาส 3/58 ถึงไตรมาส 4/58 ในช่วงเดียวกันนี้บริษัทอาจจะมีข้อสรุปของการเข้าลงทุนโรงแรมในกรุงเทพฯและโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มเติมอีก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเช่นกันแผน PDP2015 ที่ปรับสัดส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกให้เพิ่มขึ้นจาก 7,279 MW เป็น 19,634.70 MW ในช่วงปี 2558-2579 หรือเพิ่มขึ้น 2.69 เท่าตลอดแผน คิดเป็นมูลค่าตลาดหม้อแปลงที่เพิ่มขึ้นจากการเกิดใหม่ของโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกสูงถึง 8 พันล้านบาท สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ BBL-F มูลค่าสูงสุด 237.06 ลบ.กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดทรงตัวที่ 1478-1480 จุด ถึงดีดขึ้นสลับได้ในพรุ่งนี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับผลประชุม ECB คืนนี้ หากออก ELA เพิ่มให้กรีซ จะเป็นปัจจัยหนุน SET ส่วนภาพรวมให้ติดตาม 1470-1474 จุด หากต่ำกว่าจะเป็นสัญญาณที่ไม่ดีแล้ว และเท่ากับ SET มีแนวโน้มลงไปหาจุดต่ำเดิมอีกครั้งที่ 1462 จุด หรือทำจุดต่ำใหม่ กลยุทธ์ การเก็งกำไรยังทำได้ในหุ้นขนาดเล็ก ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณทางเทคนิค ได้แก่ ML (รับ 2.16 ต้าน 2.32 Cut 2.08) และ TVO (รับ 23.80 ต้าน 3.48 Cut 25.75),SET lndex: แนวรับสำคัญ 1480ทั้งนี้ PK ประกอบธุรกิจวิศวกรรมสร้างเครื่องจักรทำความเย็นเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหารประเภทต่างๆ เครื่องจักรและระบบสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์เหลวการแปรรูปอาหาร และงานบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ หาอุปกรณ์ ก่อสร้าง และติดตั้งพร้อมทั้งให้บริการหลังการขาย? JAS-W3 เปิดเทรดที่ 1.92 บ. วอลุ่มกว่า 774.59 ลบ.ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า รัฐสภากรีซมีมติอนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงกับเจ้าหนี้ยูโรโซนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อแลกกับการได้รับความช่วยเหลือทางการเงินครั้งใหม่ ซึ่งจะช่วยให้กรีซรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้และไม่ต้องออกจากยูโรโซนPPP “ไวส์ โลจิสติกส์” เคาะราคา IPO ที่ 2.10 บ. เสนอขาย 20-22 ก.ค. เทรด 28 ก.ค.ขณะที่หุ้นกลุ่มยานยนต์ปรับตัวลง หลังจากนักวิเคราะห์ของเครดิต สวิส ระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์อาจจะได้รับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจจีนและยุโรป โดยหุ้นโฟล์คสวาเก้น และหุ้นคอนติเนนตัล ต่างก็ร่วงลงอย่างน้อย 1.4%PSL (TP10.7) : Support 9.1/8.75 Resistant 9.5/9.85อนึ่ง บริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด เป็น 1 ใน 4 ของกลุ่มบริษัท มิเลนเนี่ยม แอคท์ จำกัด (MIL) ที่บริษัท ซุปเปอร์โซล่าร์ เอนเนอร์ยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SUPER ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้เข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม MIL ดังกล่าวSET ปิด 1,486.74 -1.66,หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง โดยหุ้นซินเจนตา ทะยานขึ้น 4.2% และหุ้นรูบิส เอสซีเอ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์, หุ้นเอเอสเอ็มแอล โฮลดิง พุ่งขึ้น 4.3% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายในปีนี้ ขณะที่เบอร์เบอรี กรุ๊ป ดิ่งลง 2.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายในฮ่องกงซบเซาลง NCL แจ้งหยุดให้บริการขนส่งสินค้าจากท่าเรือระนอง-ย่างกุ้ง SLP/1.74 แท่งเทียนฟื้นตัวด้วยแรงซื้อหนาแน่น สัญญาณซื้อจากเครื่องมือหลักๆ คาดว่าจะกลับไปยืน EMA-25 อย่างมั่นคงได้ เก็งกำไร แนวรับ 1.70 แนวต้าน 1.80-1.82 cut loss 1.68 บ.BR ปิดที่ 10.30 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาทนายไพระพงศ์ เฉลียวศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ กล่าวว่า โรงงานแปรรูปกุ้ง ที่โรงงานอาหารสำเร็จรูปแกลงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดยดำเนินโครงการลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต เช่น การนำน้ำที่ใช้ที่จุดรับกุ้งมากรองและใช้ซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะส่งไประบบบำบัด การปรับปรุงและแก้ไขจุดรั่วไหลของน้ำเพื่อลดปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิตให้น้อยลง และโรงงานกำลังศึกษาแนวทางใช้ประโยชน์จากน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อลดปริมาณการปล่อยน้ำออกสู่ธรรมชาติให้เหลือศูนย์ (Zero Discharge) โดยนำน้ำมาใช้กับระบบระบายอากาศของโรงงาน ใช้รดน้ำต้นไม้ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังนำ ก๊าซมีเทนที่ได้จากระบบบำบัดน้ำเสียมาใช้เป็นพลังงานทดแทนน้ำมันเตา หรือ LPG เช่นกัน。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.