The Debate

cool jewels slot: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

ตาราง การ ถ่ายทอด สด บอล วัน นี้,เนื่องจากในระยะที่ผ่านมา PK ได้ฟื้นฟูกิจการผ่านกระบวนการศาลล้มละลายจึงมีการปรับโครงสร้างทางการเงิน ดังนั้น ราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 พ.ค.53 ที่ราคา 0.40 บาท/หุ้น อาจไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหลักทรัพย์ในปัจจุบัน DAII ไม่หวั่นติด Cash balance ปรับขึ้นกว่า 5% พร้อมวอลุ่มหนาแน่น。 PICO แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน เราคาดประเด็นสหรัฐฯจะรายงานผลการจัดอันดับการจัดการปัญหาการค้าส่วนความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 51% นั้นคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ภายในปี 58 ส่วนระยะที่ 2 จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิ.ย.60 โดยโครงการมีกำลังการผลิต 240 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 180-300 ตัน/ชั่วโมง ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าและไอน้ำกับบมจ.ไออาร์พีซี ( IRPC) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในระยะแรกนี้จะสามารถผลิตไฟฟ้าและขายไฟฟ้า 45 เมกะวัตต์ และไอน้ำสูงสุด 100 ตัน/ชั่วโมงให้กับ IRPCส่วนสกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ขานรับการที่รัฐสภากรีซมีมติอนุมัติมาตรการปฏิรูปฉบับที่ 2 เมื่อวานนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปด้านการธนาคารและกระบวนการยุติธรรม ตามข้อตกลงที่นายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซิปราส ทำไว้กับกลุ่มประเทศเจ้าหนี้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานพลังงานล้นตลาดยังคงเป็นปัจจัยลบที่ฉุดสัญญาน้ำมันดิบร่วงลงอีกเมื่อคืนนี้ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 17 ก.ค. เพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 463.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล จากข้อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ ทริสเรทติ้งกำหนดให้หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนของ ANAN มีระดับความเป็นทุนปานกลาง(Intermediate Equity Content) ดังนั้น ในการคำนวณอัตราส่วนทางการเงินของบริษัท ทริสเรทติ้งจะจัดให้ 50% ของเงินต้นคงค้างของหุ้นกู้เป็นทุน และอีก 50% เป็นเงินกู้ประกอบกับ บริษัทได้กระจายลูกค้าไปในหลายธุรกิจ ขณะที่การส่งออกชะลอเป็นบางกลุ่ม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น แต่หลายกลุ่มยังส่งออกได้ดี เช่น วัสดุก่อสร้าง สินค้าสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังเติบโตและมีกำลังซื้อ จึงมองแนวโน้มครึ่งปีหลังก็น่าจะดี ขณะที่การส่งสินค้าและนำเข้าในเส้นทางเอเชียวอลุ่มไปได้ดีขณะที่แผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวน 4 พันล้านหุ้นนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในเอเชียหลายราย แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ เนื่องจากบริษัทยังไม่มั่นใจว่าไนอนาคตอันใกล้จะมีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากน้อยอย่างไร แต่บริษัทได้ขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นออกหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP มาเป็นตัวเลือกเมื่อต้องการงใช้เงินลงทุน ซึ่งหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP จะครบกำหนดอายุในเดือน เม.ย.59 สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันศุกร์ที่ 24 ก.ค.58ทั้งนี้ บรรดาเจ้าหน้าที่จากทรอยก้ามีกำหนดจะเริ่มหารือกับทางการกรีซภายในวันอังคารนี้เกี่ยวกับนโยบายที่กรีซต้องดำเนินการในช่วง 3 ปีข้างหน้าเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือวงเงิน 8.6 หมื่นล้านยูโรHYDRO (ราคาปิดภาคเช้า 2.84)อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าปริมาณการจัดจำหน่ายถ่านหินปีนี้ไว้ที่ 10 ล้านตัน หลังจากที่มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าจะสามารถรักษา Gross Margin ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงปีก่อนที่ประมาณ 15-20% ได้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทซื้อขายถ่านหินกับต่างประเทศประมาณ 70% โดยฐานลูกค้ารายใหญ่ยังคงอยู่ที่ประเทศจีน อินเดีย เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ อีก 30% ขายในประเทศไทยทั้งนี้ PTT PMMA อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกพอลิเมทิลเมทาคริเลต ภายใน WEcoZi โดยมีความต้องการจะรับไฟฟ้า ไอน้ำ น้ำปราศจากแร่ธาตุ น้ำเย็น และอากาศอัดสำหรับอุปกรณ์ควบคุมจาก GPSC ภายในไตรมาสที่ 3/60,best super bowl bets, สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีน เปิดเผยว่า ราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงปรับตัวขึ้น 195 ดอลลาร์ฮ่องกง ปิดที่ระดับ 10,225 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึง ราคาดังกล่าวเทียบเท่ากับ 1,106.06 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ เพิ่มขึ้น 21.09 ดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด 1 ดอลลาร์สหรัฐ/ 7.76 ดอลลาร์ฮ่องกง เปิด 5 หุ้น เสี่ยงติด Cash Balance สัปดาห์หน้า。

อย่างไรก็ตาม แม้ทิศทางการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้จะยังมีความจำเป็นในการช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่การอ่อนค่าที่รวดเร็วเกินไป อาจสร้างความผันผวนและเป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวของภาคเศรษฐกิจจริง ในระยะนี้ ธปท. จึงติดตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิดSIMAT ซื้อ ราคาหุ้นเริ่มมีจังหวะดีดตัวขึ้นผ่านแนวเส้น Downtrend Line พร้อมปริมาณการเริ่มซื้อขายหนาแน่นขึ้น เครื่องมือ MACD เริ่มชี้ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกบริเวณ 5.15 บาท และเป้าหมายถัดไปที่ 5.40 บาท SET สัปดาห์หน้าแกว่ง Sideway Down จับตาตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ-การประชุมเฟด EARTH เชื่อผลการดำเนินงาน 2H58 โตต่อเนื่อง ตั้งเป้าขายถ่านหินปีนี้ 10 ล้านตันคาดว่าจะยังอยู่ในแดนลบต่อไปเนื่องจากยังมีแรงขายออกมามากในหุ้นกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันที่ลดลง และกลุ่มธนาคารที่มีความเสี่ยงในการตั้งสำรองมากขึ้น ขณะที่หุ้นที่ปรับตัวเพิ่มเป็นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวเป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นช่วงสุดสัปดาห์นักลงทุนอาจจะมีการขายลดความเสี่ยงออกมาก่อน ดังนั้นรวมแล้วแนะนำเก็งกำไรระยะสั้นรายตัวเท่านั้น,สั้นๆระดับราคาได้มีสัญญาณขายเมื่อสามารถ Break แนวรับที่ 65.50 บาทพร้อมกับ Volume มหาศาลทาให้จะมีแนวรับเป้าหมายแรกที่บริเวณ 61.00 บาทเป็นอย่างน้อยBTC ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 0.26-0.28 บาท แนวต้าน 0.31-0.34 บาท,ประกอบกับ ลูกค้าของบริษัทบางรายที่สนใจซื้อโครงการเพื่อการลงทุน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของสินทรัพย์ได้อีกด้วย โดยบริษัทเปิดตัวแคมเปญ ณุศาวัน (NUSA ONE) เป็นการลงทุนในรูปแบบในอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ภายใต้คอนเซ็ปต์ One for All All for One :ซื้อหนึ่งได้ทุกอย่าง เป็นเจ้าของ มีผลตอบแทน และได้ท่องเที่ยว เจาะกลุ่มนักลงทุน เพิ่มโอกาสให้กับผู้ที่ต้องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทั้งซื้อเพื่ออยู่อาศัยและซื้อเพื่อการลงทุนในรูปแบบใหม่ ผ่านโปรแกรมพิเศษเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า、epic games store、 SIRIP จ่อปันผล 0.1636 บ./หน่วย XD วันที่ 4 ส.ค.นี้,จากข้อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ ทริสเรทติ้งกำหนดให้หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนของ ANAN มีระดับความเป็นทุนปานกลาง(Intermediate Equity Content) ดังนั้น ในการคำนวณอัตราส่วนทางการเงินของบริษัท ทริสเรทติ้งจะจัดให้ 50% ของเงินต้นคงค้างของหุ้นกู้เป็นทุน และอีก 50% เป็นเงินกู้ ตอนนี้ธุรกิจบรอดแบนด์ก็มีฐานลูกค้าราว 1.8 ล้านรายแล้ว ก็คาดว่าทั้งปีลูกค้าเกินเป้า 2 ล้านรายแน่นอน แหล่งข่าวกล่าวนักลงทุนเกิดความวิตกกังวลหลังทั่วโลกเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยมาร์กิตเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนในเดือนก.ค.ลดลงแตะ 48.2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน จาก 49.4 ในเดือนมิ.ย.DELTA Trading แนวรับ 80.75 แนวต้าน 83.75-85.00 ตัดขาดทุน 79.75ด้าน บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า การที่ TUF ได้แจ้งตลาดให้ระงับแผนเพิ่มทุนในการเข้าไปซื้อกิจการในสหรัฐ คือ Bumble Bee (100% เป็นเงิน 1.51 พันล้านเหรียญฯ) เนื่องจากการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้ TUF ครอบงำธุรกิจปลาทูน่าในสหรัฐ เพราะปัจจุบัน Bubble Bee มีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอันดับ 2 ที่ 28% เป็นรอง StarKist มีส่วนแบ่งตลาดใหญ่สุด 35% และลำดับ 3 คือ Chicken of the Sea เป็นบริษัทย่อยของ TUF (ถือหุ้น 100%) มีส่วนแบ่งตลาด 19% โดยรวมแล้ว 3 บริษัทแรกกินส่วนแบ่งตลาดเกินกว่า 50% ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทางกฏหมายสหรัฐที่ต้องการพิสูจน์ว่าการเข้าไปซื้อกิจการจะไม่ส่งผลกระทบคู่แข่งขันและผู้บริโภค,อนึ่ง เมื่อวันที่ 20 ก.ค.58 ที่ประชุมคณะกรรมการ UWC มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนใน DIMET ร่วมกับนายนิธิศ ศิลมัฐ จำนวน 125,635,166 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 49 ของทุนชำระแล้วของ DIMET โดยแบ่งคนละครึ่งคิดเป็นจำนวน 62,817,583 หุ้น หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 24.50 ของทุนชำระแล้วของ DIMET ในราคาหุ้นละ 3.60 บาท ซึ่งจะชำระค่าหุ้นเป็นเงินสดขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอความชัดเจนการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนก.ย. หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยจริง จะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย ที่มีโอกาสปรับตัวลงต่อไปอีกในระยะสั่นหรือประมาณ 2 เดือน โดยประเมินดัชนีช่วงสั้นจะอยู่ที่ระดับ 1,400-1,420 จุด ขณะที่ทั้งปีมองดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 1,480 จุด บนสมมติฐานกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เติบโตได้ 15%VTE (Bt 4.26 เป้าเทคนิค 4.40-5 cut loss ถ้าหลุด 4)。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.