Features | Diplomacy | East Asia

cod mw2 steam: The Koreas, Bastion of Cold War Realism

grand theft auto v online,ส่วนนายธีรวัฒน์ จะเหลือการถือหุ้น 14.521% จากเดิมที่ 32.656% ขณะที่นางสาวเกษรา ยังคงถือหุ้นเท่าเดิมที่ 14.244% และนางสาวอุมาพร ถือหุ้นเพิ่มเป็น 11.417% จากเดิม 2.907% และนางสาวศรีวรัตน์ ถือหุ้นเพิ่มเป็น 11.424% จากเดิมที่ 1.799%ด้านนักลงทุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) หลังจากนายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา เปิดเผยล่าสุดว่า เฟดใกล้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีแล้ว โดยระบุว่าความคืบหน้าของเศรษฐกิจนับตั้งแต่ต้นปีนี้ค่อนข้างน่าพอใจ และเขามีความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากกว่าในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ รวมทั้งมีความกังวลลดลงต่อการพลิกผันของภาวะเศรษฐกิจ โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะสามารถรับมือต่อภาวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเฟด มีข่าวว่า AEC ไม่ให้ความร่วมมือนั้น บางครั้งตำรวจให้ตำรวจนอกเครื่องแบบมาคนเดียว ก็ไม่ได้ให้เอกสารไป แต่ถ้ามีหมายค้นมาก็พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเอกสารฉบับจริงทั้งหมดจึงต้องใช้เวลาในการรวบรวมเอกสาร แต่ตั้งแต่ที่ตำรวจได้ขอมาก็ได้มอบให้ไปหมดแล้ว นายกษิดิศ กล่าวกับ อินโฟเควสท์ นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากประเทศเมียนมาร์ เพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 1 เมกะวัตต์ ในเมืองมัณฑะเลย์ โดยบริษัทเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 50% ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมราว 100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงต้นปี 59, TOP ฟันกำไรกระจาย งบ Q2 เจ๋งโตเกิน 2 เท่าตัว MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยที่ระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 50 News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 7 ส.ค.58,DAII รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 2.16 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.02 บาทต่อหุ้น ลดลง 58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5.17 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.06 บาทต่อหุ้นแนวรับ 3.44 บาท แนวต้าน 4.00 บาทนอกจากนี้ยังคาดว่า JV ของ TRC (ผ่านบริษัทลูก SKW) และ China Railway No. 3 Engineering Group จะชนะประมูลบางงานหรือได้สัญญา subcontract งานบางส่วนจากแผนพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ของรัฐบาลซึ่งจะมีการเปิดประมูลรวม 14 โครงการ ซึ่งคาดว่า JV ของบริษัทน่าจะประมูลงานได้ประมาณ 8 พันล้านบาทถึง 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของ backlog ในช่วงปี 2016-2020 แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 2.80 บาท/หุ้นหุ้นบวกดัชนีมากสุด TRUE MINT BBL DELTA IVL KBANK AOT KTB DTAC EA ขณะที่แผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลังนี้บริษัทจะเน้นการให้บริการและดูแลลูกค้าของตัวเองเป็นหลัก เพื่อรองรับความต้องการย้ายจากการใช้งานบนระบบ 2G มาเป็น 3G ในช่วงนี้ที่ตลาดอยู่ระหว่างการปรับตัว ซึ่งที่ผ่านมาความต้องการใช้งาน data มากขึ้น และบริษัทฯมีการขายเครื่องโทรศัพท์มือถือของเอไอเอส ซึ่งตั้งแต่มีการเปิดขาย AIS LAVA มียอดขายไปแล้วกว่า 4-5 ล้านเครื่องนอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการอนาคต 1) ขยายสาขาร้านค้าปลีกของบริษัทได้แก่ร้าน Banana IT และร้าน iStudio โดยตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่ม 38 สาขาและปรับปรุงสาขาเดิม 12 สาขา และจะเปิดให้ร้านของ Apple เป็นจุด Drop point ในการส่งสินค้าไปยังศูนย์บริการ iCare 2) ขยายสาขาร้าน Mango Mobile เพิ่มขึ้นอีก 20 สาขา และ 3) ขยายช่องทางการค้าปลีกแบบ E-Commerceสำหรับการลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะเป็นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ขยายเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางมากขึ้น และได้รับผลตอบแทนในรูปเงินปันผล โดยแหล่งที่มาของเงินลงทุนดังกล่าวจะมาจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทและเงินกู้สถาบันการเงินทั้งนี้ COM7 ประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้า IT ประเภท แล็บท็อป คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต อุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้อง และการให้บริการซ่อมแซมสินค้า รวมถึงการให้บริการเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ เช่น การสมัครเปิดเบอร์ เปลี่ยนโปรโมชั่น ย้ายค่าย เปลี่ยนซิม และจุดรับชำระค่าบริการต่างๆ ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ทั้ง 3 ราย โดยจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ผ่านร้าน Banana IT, จำหน่ายและเป็นศูนย์ซ่อมของ Apple ผ่านร้าน iStudio by Comseven, iBeat by Comseven, U-store by Comseven และ iCare, ร้านจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริม Banana Mobile และร้าน Samsung Shop คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) เปิดเผยผ่านทางเว็บไซต์ว่า NDRC จะผลักดันมาตรการ 4 ประการ เพื่อกระตุ้นการจ้างงานผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJD ณ เวลา 12.25 น.อยู่ที่ 1.54 บาท บวก 0.18 บาท หรือ 13.24% มูลค่าการซื้อขาย 1.42 พันล้านบาท ขณะที่ดัชนีโดยรวมลบ 0.39% ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD และคู่สัญญากลุ่มธุรกิจร่วมทุนภายใต้บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศเมียนมาได้ลงนามในสัญญาสัมปทานโครงการทวายระยะแรกกับคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมพื้นที่ 27 ตารางกิโลเมตรทั้งนี้ แนวโน้มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังอยู่ในระดับดีจากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจและมีคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยท้าทายอีกมากมายที่อาจจำกัดการเติบโตของการท่องเที่ยวไทย เช่น การชะลอตัวเป็นเวลานานของภาวะเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะถนอมรักษาและคงสภาพทรัพยากรทางธรรมชาติให้น่าดึงดูดใจอย่างยั่งยืน。

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากประเทศเมียนมาร์ เพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 1 เมกะวัตต์ ในเมืองมัณฑะเลย์ โดยบริษัทเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 50% ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมราว 100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงต้นปี 59ทั้งนี้ มีแรงซื้อ Call DW ในหุ้นธนาคารและพลังงานเข้ามาในช่วงสิ้นวัน โดยข้อมูลการซื้อขาย DW28 ระบุว่านักลงทุนซื้อสุทธิ KBAN28C1511A 2.5 ล้านหน่วย KTB28C1512A 1.0 ล้านหน่วย และ PTTE28P1602A 1.0 ล้านหน่วย เป็นต้น ขณะที่แรงขายสุทธิ กระจายในหลายกลุ่มหลักทรัพย์ เช่น IRPC28C1509A 2.1 ล้านหน่วย ITD28C1512A 2.0 ล้านหน่วย รวมทั้งมีแรงขายทำกำไรใน Put DW เช่น PTT28P1511A 2.0 ล้านหน่วยสำหรับข่าวที่ปรากฎอยู่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการติดตามตรวจสอบ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทได้ให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งกำกับดูแลบริษัทเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยบริษัทได้ให้ความร่วมมือ และนำส่งข้อมูลตามที่ร้องขอทุกประการ ถ้าตัวเลข GDP ไตรมาส 2/58 ของสภาพัฒน์ออกมาโต 2.5-3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์และเป็นไปตามการคาดการณ์ของเรา แต่ผมอยากให้ดูไตรมาสต่อไตรมาสมากกว่า ถ้าออกมาติดลบอันนี้น่าเป็นห่วง เพราะเศรษฐกิจไทยเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น นายอมรเทพ กล่าว" SET lndex ช่วงเช้าแกว่งตัวซึมออกข้าง แบบค่อนข้างเงียบ โดยดัชนียังคงพยายามฝืนสุ้เหนือแนวรับสำคัญที่ 1,433 จุด ช่วงบ่ายมองว่า หาก SET ลงต่ำกว่า 1,433 จุด ก็ไม่น่าจะลงต่ำกว่า 1,428 จุด และอาจมีโอกาสกลับมาทดสอบที่ระดับ 1,437 จุดอีกครั้ง"、โดยบริษัทเน้นกลยุทธ์กระตุ้นยอดขาย และมีการจัดเคมเปญในบางจังหวัดที่มีกำลังซื้อค่อนข้างดี โดยเชื่อมั่นว่าในช่วงไตรมาส 4 นี้ จะเป็นไตรมาสที่มียอดขายเติบโตสูงที่สุดอย่างไรก็ตาม หากไม่ชนะการประมูล บริษัทมองว่าไม่ได้มีความกังวลว่าจะกระทบต่อการให้บริการลูกค้า เนื่องด้วยยังมีแบนด์วิธที่มีเพียงพอต่อการให้บริการ ทั้งคลื่นความถี่ 850 MHz และ 1800 MHz ที่จะหมดอายุสัมปทานลงในปี 61 ขณะที่ยังมีใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2100 MHz อีกด้วย โดยปัจจุบัน DTAC มีลูกค้า ณ สิ้นไตรมาส 2/58 อยู่ราว 26.9 ล้านราย,ทั้งนี้ แนวโน้มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังอยู่ในระดับดีจากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจและมีคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยท้าทายอีกมากมายที่อาจจำกัดการเติบโตของการท่องเที่ยวไทย เช่น การชะลอตัวเป็นเวลานานของภาวะเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะถนอมรักษาและคงสภาพทรัพยากรทางธรรมชาติให้น่าดึงดูดใจอย่างยั่งยืนประเด็นสหรัฐฯ สำคัญที่ต้องติดตามในคืนวันที่ 10 ส.ค. (เวลาไทย), NWR ออกหุ้นกู้ มูลค่า 1.5 พันลบ. ขายนักลงทุนทั่วไป-ผู้ลงทุนสถาบันขณะที่คาดว่าครึ่งปีหลังของปีนี้ผลการดำเนินงานใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก เนื่องจาก PET มีการฟื้นตัว หลังจากที่ชะลอตัวในไตรมาส 2/58 อีกทั้งยังคาดว่าไตรมาส 3 รายได้โต 8% บนพื้นฐานของราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่ 60-65 ดอลลาร์ต่อบาเรลผู้ได้เปรียบคือแบงก์ที่มีธุรกรรมหลากหลาย และมีเครือข่ายเชื่อมโยงตลาดในประเทศต่างๆช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ลงทุนข้ามชาติ นอกจากนี้ ถ้ามีพันธมิตรทางธุรกิจจากอุตสาหกรรมอื่นๆ จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น หากการแข่งขันรุนแรงเกินไป แบงก์เล็กอาจไม่สามารถอยู่รอดได้ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นพรีซิชั่น แคสต์พาร์ท ทะยานขึ้น 19.10% และยังช่วยหนุนหุ้นแคทเทอร์ พิลลาร์ พุ่งขึ้น 3.7% ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากมีรายงานว่าจีนนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหุ้นคอนโซล เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 5.4% หุ้นไดมอนด์ ออฟชอร์ ดริลลิง ทะยานขึ้น 5.6% และหุ้นทรานส์โอเชียน พุ่งขึ้น 5.8%,โดยมองว่าการลงทุนในกองทุนฯเวลานี้ เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ สำหรับผู้สนใจลงทุนในระยะยาว โดยจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องสำหรับในช่วงครึ่งปีหลังภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างน่าจะมีความคึกคักมากขึ้น เนื่องจากภาครัฐมีความจำเป็นในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการลงทุนต่างๆ อาทิโครงการทำถนน โครงการปรับถนน โครงการวางท่อระบายน้ำ โดยบริษัทจะเน้นการเข้ารับงานจากผู้ประกอบการรับเหมาและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายย่อยมากขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้งานคอนกรีตจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบกับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆและเริ่มมีคำสั่งซื้อทยอยเข้ามา คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทจะสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทยังคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากการปรับปรุงประสิทธิภาพสายการผลิตด้วยส่วนแผนเข้ารับงานจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งส่งสัญญาณเดินหน้าในไตรมาสที่ 3 บริษัทยังคงเดินหน้าติดตามโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงที่เป็นเส้นทางผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งคาดวาในช่วงปลายไตรมาส 4/58 หรือต้นปี 59 ภาครัฐน่าจะมีความชัดเจนการเปิดประมูลโครงการดังกล่าว และเริ่มก่อสร้างได้ในปี 59 เป็นต้นไป โดยบริษัทเชื่อว่าจะได้รับส่วนแบ่งงานอย่างแน่นอนนายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่สถานการณ์ภัยแล้งคลี่คลาย ทำให้เชื่อมั่นว่าความต้องการสินเชื่อจะเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญบริษัทมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่มานำเสนอให้กับลูกค้า อาทิ นาโนไฟแนนซ์ ที่ตั้งเป้าปล่อยกู้ 10 ล้านบาทต่อเดือน จากฐานลูกค้าเดิมที่มีกว่า 700,000 รายทั่วประเทศ และสินเชื่อที่ดินความเห็นของรองประธานเฟดทำให้นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับช่วงเวลาในการเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยไม่แน่ใจว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าหรือไม่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงขณะเดียวกัน นักลงทุนก็จับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ที่จะมีการเปิดเผยในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินภาพรวมที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ แกว่งตัวในกรอบ 1430-1440 ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายน่าจะแกว่งในกรอบ 1,430-1,440 จุด ระหว่างรอดูตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯคืนนี้ โดยถ้าตัวเลขออกมาอ่อนแอกว่าตลาดคาดจะทำให้นักลงทุนคลายกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และมีโอกาสผลักดันให้ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าปรับตัวขึ้นเหนือ 1,440 จุด ได้ ในทางกลยุทธ์เรายังให้น้ำหนักกับการแกว่งตัวขึ้นตราบใดที่ตลาดยังยื้เหนือ 1,420-1,425 จุด ได้ แต่หากต่ำกว่า ชะลอการเก็งกำไร เราคาดตลาดจะผลักดันหุ้นที่ปรับลดลงมาเยอะ และหุ้นปันผลดี อาทิ อสังหาฯ สื่อสาร สาธารณูปโภค ธนาคาร (บางตัว) เพื่อสร้างจิตวิทยาการเก็งกำไรเชิงบวก (แนวต้าน: 1,440 และ 1,445 // แนวรับ: 1,430 และ 1,420-1,425)หุ้นบวกดัชนีมากสุด CPN MINT BLA KBANK SGP AJD BLAND SPCH S BIG TTW "stadio olimpico de roma" AEC เผยให้ความร่วมมือ ตร.นำกำลังมาพบ-ขอเอกสารเพิ่มเติมโอนหุ้น ชูวงษ์ ทั้งนี้ COM7 มีทุนชำระแล้ว 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 900 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 300 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม และ 3-4 สิงหาคม 2558 ในราคาหุ้นละ 3.35 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1,005 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 4,020 ล้านบาท。

A reluctant but pragmatic defense of neorealism in Northeast Asia.

The Koreas, Bastion of Cold War Realism
Credit: Panmunjom via Vacclav / Shutterstock.com

Nuclear crises, propaganda and espionage, a clash of ideologies – the Korean peninsula is the ?only place in the world where the Cold War lingers. This persistence is the result of the 1953 Armistice Agreement and the apparent neorealist policies employed by North Korea. Despite the problems with neorealism and its appropriately dwindling popularity, it remains a useful lens through which to understand the conflict on the peninsula, and the defensive realist reactions on the part of China and South Korea.

Rather than asserting that realism or its offshoots are the ultimate International Relations grand theories, I suggest that neorealism remains a crucial aspect of IR security theory. The offensive realist behavior of the DPRK and the defensive realist policies of China and the South Korea serve to illustrate the unfortunate but continued significance of neorealism within international relations.

Neorealism, defined by Kenneth Waltz in 1959, holds that states are unitary rational agents acting in their perceived self-interest within a system wherein each state seeks to ensure its perpetuation and maintain a balance of power. Structure is the defining feature of the theory, with states the main actors competing within an anarchic system to maintain their power and stability. The modern East Asian regional complex has security dynamics very similar to those that prevailed in the Cold War during the second half of the 20th century. Because the Korean War concluded with an armistice agreement and not a peace treaty, the Cold War on the peninsula has effectively continued, producing a subsequent nuclear proliferation; the crisis has only escalated since the DPRK announced in May 2009 that it would no longer abide by the armistice. As during the Cold War, foreign relations in the region are based on allegedly rational cost-benefit analyses of war and executing the appropriate policies. The focus of North-East Asian states has been on classic security dilemma proliferation and maintaining a balance of power to avoid war.

Just as during the 20th century Cold War between the U.S. and the U.S.S.R., the objective of each actor is not to engage in war and suffer its costs and consequences; rather each state is more interested in preventing war and maintaining regional stability and their spheres of hegemony. This loosely follows the balance of power security model, which holds that: all states are power-seeking; states ultimately seek hegemony over their system; and that other states in the system will attempt to block those bids for hegemony. However, the regional system of East Asia is different from the Cold War bipolarity; instead, it has a multi-polar dynamic, in which China, South Korea, and the U.S. compete for regional hegemony. Actors optimally try to have good relations with the other players or minimally try to avoid hostile relations; and actors try to prevent threateningly close cooperation between the other actors. This logic is reflected in the defensive realist policies of China and South Korea, while North Korea has taken a more offensive power-seeking approach.

The DPRK Strategy

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Offensive realism is the strategy being pursued by the DPRK, keeping John Mearsheimer’s brand of realism relevant in contemporary IR theory. This theory dictates that states seek to maximize power through increased military capability, as can be seen with North Korea’s nuclear ambitions. While it remains unknown whether or not the DPRK is seeking hegemonic status in the region as an orthodox reading of offensive realist policy would suggest, it is certain that its newfound nuclear capability is the North’s only effective foreign policy tool; without nuclear weapons, North Korea would receive very little attention, which is an international embarrassment given its grave yet largely ignored human rights crises. Yet just as realism suggests, proliferation and security are central to the foreign policy of the region.

The DPRK has acted as a classical realist state in building up its nuclear arms in response to its perceived security threats. Contrary to the popular stance taken by the Western media, the perceived security threat of the U.S. is not all baseless paranoia.

The Korean War, and the U.S. threat to use nuclear weapons in defense of South Korea, understandably pushed Kim Il-sung to pursue nuclear technology early on, and after China’s denial to share its nuclear secrets after its test in 1964 an indigenous DPRK program was pursued. The fear of a U.S. confrontation was exacerbated in the late 1960s as the U.S. placed nuclear weapons on ROK soil, and there was concern in Pyongyang that North Korea’s larger communist allies would no longer provide support as it observed the Cuban missile crisis, the Chinese Cultural Revolution, and the Russo-Sino split. North Korea’s security environment deteriorated with the end of the Cold War: It lost funding from the U.S.SR, South Korea flourished economically and militarily, China focused on its own economics and reached out to South Korea, and Russia recognized the ROK. Without being able to lean on the Soviets or their own declining conventional weapons program, nuclear weapons offered the most security and were therefore a logical option. Finally, with the U.S. invasion of Afghanistan Iraq and the instance on regime change in Iraq, Pyongyang worried that it might be the next focus of American foreign policy and so built up its nuclear deterrent.

While the perceived security threat is the main motive behind nuclearization, domestic politics and international norms also provide motivations: The focus on external threats distracts from daily grievances and gives the Kim regime power and legitimacy, and the international symbolism of nuclearization gives the DPRK a highly effective diplomatic bargaining chip, along with the international status of a modern state.

The DPRK has not yet developed enrichment capabilities to enrich uranium on an industrial scale, and so is a limited nuclear power in the practical sense. Based on evidence from its May 2009 test, North Korea has approximately enough plutonium for four to eight primitive nuclear weapons; it is also safe to assume that they can only be launched over relatively short distances. Yet, this is enough to aggravate the international community and to concern its neighbors. With its small and militarily useless nuclear arsenal, North Korea has proven that a nuclear program does not need to be large or sophisticated to be politically effective.

Defensive Realism

Defensive realism shares the structural tenets of offensive realism; both emphasize the importance of balancing behavior in a chaotic international system. Yet defensive realism proposes that the unrestrained pursuit of power is counterbalancing and therefore not desirable. The PRC and ROK have reacted to North Korea’s offensive realism with defensive realist foreign policy aimed at balancing the DPRK’s aggressive behavior and calling for restraint. It must be noted that their policy motives also include suspicions about Japan, the U.S., and each other, as well as a wide range of domestic considerations, but that non-proliferation is the driving motive behind the PRC and ROK’s regional foreign policy.

The most pressing concern from the region is a conflict between Pyongyang and Seoul or Tokyo; the desire to avoid such a clash is what drives relations between North Korea and its neighbors. Second to this is avoiding the potential disasters of regime change or collapse: These include a refugee crisis for China and South Korea; an economic crisis for Seoul should it absorb the North in an attempt at reunification; an economic crisis for China as the unstable region experiences capital flight; and the unpleasant realities of dealing with a humanitarian crisis should the human rights abuses occurring in the North be stopped and rectified. Finally, the region is interested in preventing North Korea from expediting nuclear crises around the world by exporting nuclear technology. All parties realize that between the options of engagement, disengagement, and containment, the former is the most appealing because it allows for the greatest potential to control, or at least influence, Pyongyang. This cost-benefit analysis is the framework around which defensive realist policy is formed in both China and South Korea.

China is ultimately concerned with the denuclearization of North Korea. DPRK test facilities are close to the Chinese border and threaten Chinese security should an accident occur, and could already be having a negative ecological impact. More pressingly (as “hard” security concerns always trump “soft,” environmental concerns regardless of the consequential long-term ecological insecurity), the PRC does not want an expanded North Korean nuclear program that might prompt the ROK and Japan to develop nuclear weapons should they lose confidence in the U.S. nuclear umbrella. Further, the implications of accepting a DPRK nuclear program for the future of non-proliferation and the Non-Proliferation Treaty (NPT) do not bode well for global security, especially given the possibility of North Korean nuclear exports to non-state actors. Finally, China does not want North Korea to continue to nuclearize because it threatens China’s nuclear monopoly in the region. This follows classical realist security logic: China seeks balance and is most secure when it is the only nuclear power in the region, and therefore opposes attempts at nuclearization by other states.

China is also concerned about the possible collapse of a nuclearized DPRK and the potential security consequences. From a Chinese perspective, a U.S. intervention in North Korea (a likely outcome of regime collapse) would be even less appealing than a more nuclearized DPRK. Haunted by the detriment of the Korean War and bound by the 1961 Sino-DPRK Treaty of Friendship, Cooperation, and Mutual Assistance, China seeks to avoid military conflict on the peninsula at all costs. China also has an interest in maintaining the status quo because North Korea acts as a physical buffer by which, under different circumstances, an adversary could launch an invasion of China; Beijing remembers the Japanese invasion in the 1930s and 1940s, and the Korean War during which enemy troops were threatening China’s border. North Korea could possibly be forced to abandon its nuclear aspirations if the PRC were to impose harsh economic sanctions, but China fears that doing so would result in internal collapse of the DPRK regime.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

South Korea has taken a similar defensive realist policy as China. Even following the failure of the Sunshine Policy, due in large part to the DPRK’s refusal to cooperate, the ROK has been eager to maintain peaceful if strained relations. This is mostly because South Korea has no interest in a military confrontation of any kind with the North. A conventional military conflict would certainly result in a victory for the ROK, especially with the help of the U.S. (and possibly Japan), but would devastate Seoul, which sits only 40 km from the demarcation line. Accordingly, South Korea has a sufficient deterrent under the U.S. nuclear umbrella, maintaining its defensive realist position of itself themselves without military aggression.

South Korea, like China, doesn’t want the regime in the North to collapse because it would presage a massive wave of migration. South Korea is hesitant to even discuss the possibility of managing a collapsed North Korea for fear that it would invite unwanted intervention, forever thwarting hopes for reunification. The ROK and China also share apprehensions about the potential fate of North Korea’s stockpile of nuclear weapons and technology should the North collapse.

The PRC government’s legitimacy is premised on continued economic growth; therefore the state’s economic interests are also its security interests, and China’s economic interests are deeply tied to stability in Korea. A conflict on the peninsula would damage Chinese production, foreign direct investment, liquidity, and trade, and it would aversely influence the huge Sino-South Korean trade relationship by diverting economic resources into North Korea. The PRC, with pressure from the U.S., agreed to United Nations (UN) Security Council resolutions condemning North Korea along with mild economic sanctions against Pyongyang, but even the most scathing of these have been relatively benign.

In its cautious position, China also affirms that the DPRK has the right to pursue peaceful nuclear energy after it returns to the NPT, and maintains that there is no solution available other than continued dialogue between the concerned parties. The PRC is also allied with the DPRK for political reasons, but their historic communist connection has been tested by what Beijing views as Pyongyang’s insolence and incendiary rhetoric: the fraternal relationship is tense as the big brother finds the younger one’s international temper tantrums a treat to the security and prosperity of the region.

Like China, the legitimacy of the ROK government is partially based on economic growth, and the security of the state depends to some extent on continued economic prosperity. Unsurprisingly, the North was adamantly opposed to the Sunshine Policy’s principle of reciprocity though it continued the opportunistic exploitation of it. North Korea desperately needs the economic aid and wants assurance that North-South relations include aid and assured security. South Korean economic concerns have escalated with the increased North-South animosity of the Lee administration, culminating in the March 2010 sinking of the Cheonan in the Yellow Sea and again highlighting the security issues of the region.

China and South Korea have a shared security interest in preventing war on the Korean peninsula and avoiding a DPRK regime change, employing similar policies based on realist thinking. While North Korea behaves in an offensive realist manner as it nuclearizes in an attempt to accumulate and display power, the PRC and ROK have responded with defensive realist policies aimed at maintaining stability on the Korean peninsula with the intention of avoiding undesired conflict. This case study provides evidence that classical realism remains a fundamental aspect of IR and security theory, and has not declined since the end of the Cold War; states continue to act in their perceived self-interest with an emphasis on state security and power relations. The ongoing nuclear crisis also holds significant implications for the future of global non-proliferation and global security as rogue states and non-state actors acquire nuclear technology.

Morgan Potts is an assistant editor at Sino-NK, and a production editor at the British Association for Korean Studies.