China, What's Next?

เดิมพันฟรี วิธีเล่น บาคาร่า pantip: China’s Challenges: Environment

ถอนเงินbitkub,นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ลงทุนแล้วให้แล้วเสร็จสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ตามแผนงาน และในปลายปีนี้จะมีโรงไฟฟ้าอีก 2 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการลงทุน รวม 254 เมกะวัตต์ เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ FPI มั่นใจรายได้ปีนี้โต 20% จากปีก่อน-คาดมาร์จิ้นเพิ่ม 3% นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่จีนได้ประกาศกำหนดค่าเงินหยวนที่อ่อนลงเทียบกับเงินดอลลาร์ว่า ธปท. ได้ติดตามพัฒนาการตลาดการเงินในประเทศอย่างใกล้ชิด โดยยังไม่พบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ ตลาดการเงินในประเทศเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดการเงินในภูมิภาค ขณะที่ความเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้น ปรับตัวในทิศทางเดียวกันกับตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ ในโลก สำหรับผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินในขณะนี้, SIM เงิบ กำไร Q2/58 ลดลง 69% หลังยอดขายเครื่องโทรศัพท์หด ,นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL เปิดเผยว่า การดำเนินยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจของบริษัทเข้าสู่กลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์และเวียดนาม) นับว่าเริ่มเห็นผลสำเร็จอย่างชัดเจนแล้ว โดยคาดว่านับจากนี้บริษัทจะรุกคืบการขยายฐานธุรกิจในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมปรับตัวดีขึ้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NEWS ณ เวลา 15.51 น.อยู่ที่ 0.32 บาท บวก 0.04 บาท หรือ 14.29% มูลค่าการซื้อขาย 113.07 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 0.28 บาท ระหว่างวันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 0.32 บาท และปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดที่ 0.27 บาท ขณะที่ดัชนีหุ้นโดยรวมลบ 0.90%บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือTASCOประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล อัตราจ่ายเป็นเงินสด 0.30 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 26 ส.ค. 2558 ทั้งนี้ กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 ก.ย. 2558 สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 13 ส.ค.58ทั้งนี้ มองว่าการปรับค่าของค่าเงินหยวนที่เป็นมาตรการของธนาคารจีนถือว่าเป็นมาตรการที่ฉลาด เพราะในเดือน ก.ย.59 มีโอกาสมากกว่า 80% ที่สกุลเงินหยวนของจีนจะถูกนำไปสู่การคำนวณ SDR หรือตระกร้าเงินทุนสำรองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF)ถือเป็นการเตรียมตัวของเงินหยวนเข้าเป็นสกุลหนึ่งในตระกร้าของ IMFขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกขาดสุทธิ 29.97 ล้านบาท หรือ 0.047 บาทต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.34 ล้านบาท หรือ 0.024 บาทต่อหุ้น HPT ตั้งเป้าขยายตลาดไปตปท. มุ่งสร้างฐานลูกค้าใหม่พร้อมคาดว่าธนาคารจีนจะมีมาตรการที่ตามออกมาคือการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการลดอัตราส่วนเงินทุนสำรองที่กันไว้ที่ภาคธนาคาร (Required Reserve Ratio) อีกประมาณ 1% ในช่วงที่เหลือของปี 58 ธนาคารกลางของประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) ยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป แต่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)คงไม่ใช่อย่างนั้น。 คำค้นADVANCCKINTUCHSEAFCOSTEC บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือ SNP ประกาศจ่ายปันผลงวด 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2558 เป็นเงินสดอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 26 ส.ค.58 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผล 11ก.ย.58STOP LOSS สถานะ Long ถ้า IRPCU15 ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 3.90 ลงไป,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 33.63 ล้านบาท หรือ 0.24 บาทต่อหุ้น ลดลง 27.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 46.50 ล้านบาท หรือ 0.33 บาทต่อหุ้น、ทดลองใช้ฟรี สล็อตออนไลน์แบบสะสม、ทั้งนี้ เนื่องจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนาไปสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ (Safe haven) อย่างเช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเยอรมนี สะท้อนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ และเยอรมนีลดลง 8.6 และ 6.6 basis points ในวันที่ 11 ส.ค.,ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่กำไรลดลง เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายคงที่ในส่วนของธุรกิจผลิต และรับจ้างผลิตรายการทีวี และจัดคอนเสิร์ต ขณะที่รายได้จาก 2 ธุรกิจดังกล่าวยังไม่สามารถรับรู้ได้ในไตรมาสนี้KAMART ซื้อ ราคาหุ้นมีจังหวะดีดตัวขึ้นผ่านแนวเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือน พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงสนับสนุน เครื่องมือ MACD พลิกกลับมาเป็นบวกวันแรก เป็นสัญญาณซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกบริเวณ 6.20 บาท และถัดไปที่ 6.50 บาท。

ตั้งแต่ริเริ่มเรื่องรถโดยสารไฟฟ้าสัมผัสได้ว่าเสียงส่วนใหญ่มักกล่าวถึงยานยนต์ไฟฟ้าในมิติเดียวเท่านั้น คือในเรื่องของราคาที่สูงกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับรถโดยสารทั่วไปแต่น้อยนักที่จะกล่าวถึงยานยนต์ไฟฟ้าในแง่ของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มลพิษ และอากาศ เราให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจมาเป็นอันดับแรก แต่เรื่องความคุ้มค่าด้านสิ่งแวดล้อมยังไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่าที่ควร ซึ่งต่างจากต่างประเทศที่มักจะให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นที่หนึ่งเสมอ ดังนั้นจึงคาดหวังว่าในความร่วมมือกับคณะวิจัยครั้งนี้นอกจากผลด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้วต้องตอบโจทย์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในบ้านเราด้วยเช่นกัน HFT ผลประกอบการทยอยประกาศออกมาต่อเนื่อง หาหุ้นที่กำไรเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญไม่กี่บริษัท บางแห่งกำไรออกมาดี แต่ราคาวิ่งรับไปล่วงหน้าแล้วทำให้ไร้ประโยชน์ จึงต้องหันมาหาจอมยุทธ์ฮั่วฟง เจ้าเก่า เพราะผลกำไร Q2 เติบโตระเบิดระดับ 80% แถมในครึ่งปีหลังยังได้ประโยชน์จากค่าเงินอ่อนทำให้การส่งออกยางรถมีมากขึ้น และเมื่อบริษัทเป็นเจ้าใหญ่ด้านน้ำให้ได้เปรียบการแข่งขันอยู่ดี อีกทั้งต้นทุนยางดิบต่ำลงเยอะมาก และราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลบวก กินส่วนต่าง margin ดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา จึงคาดหมายไว้ได้เลยว่าผลงานยังคงดีต่อเนื่อง เด็กแนวว่าหุ้นตัวนี้น่าจับตาอนาคตข้างหน้า เพราะนอกจากอัตรากำไรเพิ่มแล้ว ส่วนของทุนแข็งแกร่งมาก หลายคนไม่เคยดูคิดว่าบริษัทน่าจะมีขนาดเล็ก และไม่แข็งแกร่งอะไรนักหนา แต่ถ้าพลิกไปดูโครงสร้างทุนจะเห็นสินทรัพย์สูงถึง 2.5 พันล้านบาท และหนี้สินต่ำฝุดๆ อีกทั้งมีกำไรสะสมมากกว่า 1.1 พันล้านบาท มากมายมหาศาล ดังนั้นฟันธงไว้ได้เลยว่าปันผลจะจ่ายในอัตราสูงไม่น้อยกว่า 4% เนื่องจากไม่มีภาระในการลงทุนเพิ่มขึ้นในปีนี้ เพราะโรงงานใหม่เริ่มผลิตแล้วนั่นเองขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 520.49 ล้านบาท หรือ 0.08999 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 63.06 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.0109 บาทต่อหุ้น MEGA ปลื้ม Q2 กำไรเพิ่ม 28% หลังรายได้จากยอดขายเพิ่ม-พร้อมปันผลทั้งนี้ รถโดยสารไฟฟ้านั้นมีอายุการใช้งานนานถึง 20 ปี ซึ่งถ้าพูดถึงความคุ้มค่าเรื่องอายุการใช้งานมีมากกว่ารถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลอย่างแน่นอน ส่วนรถที่ใช้ NGV นั้นค่อนข้างใกล้เคียงกัน ดังนั้น หากมีการวางแผนเรื่องของระบบการชาร์ทไฟของรถโดยสารไฟฟ้าให้อยู่ในช่วง Off Peak ก็จะทำให้ต้นทุนถูกลงได้อีก, 30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 13 ส.ค.58SET Index: รายสัปดาห์มาถึงจุดเสี่ยง ณ 1380 จุด ควรฟื้นกลับให้ยืน 1395 จุด IRCP ตั้งบ.ย่อยลุยธุรกิจ IT for Health Care。 SAMTEL รายงานงบฯ Q2 กำไรลดลงอยู่ที่ 131.07 ลบ. มอง SET บ่ายนี้ ยังน่าลุ้น Rebound ขณะวันนี้ตลาดภายนอกส่วนใหญ่กลับมายืนบวกได้ มองกรอบบ่ายนี้ 1380-1400ขณะที่บริษัทเดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าทุกโครงการในทุกประเทศกว่า 2,300 เมกะวัตต์ภายในปี 61 จากที่มีอยู่ 1,400 เมกะวัตต์ในปัจจุบันประเด็นข่าว : ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่สำหรับในปี 58 บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ แบ่งเป็นเงินทุนของบริษัทในสัดส่วน 25% และเงินกู้สถาบันการเงินต่างประเทศ 75% ซึ่งต้นทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศไทย, Valuation : คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี FY16F ที่ 45 บาท (จากเดิมราคาเป้าหมายปี FY15F อยู่ที่ 40 บาท) ,ส่งผลให้ราคาขายปิโตรเลียมเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ราว 48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากทั้งปีก่อนอยู่ที่เฉลี่ย 63.38 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ได้เลื่อนเป้าหมายการผลิตปิโตรเลียมในระดับ 6 แสนบาร์เรล/วันออกไปเป็นปี 68 จากเดิมที่คาดจะทำได้ภายในปี 63รวมทั้งยกเลิกสิทธิพิเศษในการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม จำนวนตั้งแต่ 10,000 ลิตรขึ้นไป ระหว่างปตท. กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงของ กฟผ. โดยมุ่งเน้นให้เกิดการแข่งขัน ความโปร่งใส เป็นธรรมของการค้า และสอดคล้องกับหลักการภายใต้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าอนึ่ง Special Drawing Rights (SDR) เป็นตระกร้าของสกุลเงินของทุนสำรองที่แนะนำและถูกจำกัดความโดย IMF และอาจจะเป็นตัวแทนทุนสำรองของประเทศสมาชิกเอง IMF ในปัจจุบัน SDR มีตะกร้าที่เป็นสกุลเงิน US$ (41.9%) Euro (37.4%) Pound Sterling (11.3%) และ YEN 9.4% โดยสกุลเงินทุนสำรองต่างๆ เหล่านี้จะถูกให้น้ำหนักตามปริมาณธุรกรรมการค้าขายระหว่างประเทศและทุนสำรองโดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรลดลง เนื่องจากบริษัทมีหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จึงทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์เพื่อรับรู้รายได้ได้。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’