New Leaders Forum

ib888 เค ดิ ต ฟรี: Security and the Life Sciences

สลากกินแบ่ง ล่าสุด,EPG Trading buy ปิด 8.75 แนวรับ: 8.7-8.5 แนวต้าน 9.05-9.252) ธุรกิจผลิตเสาไฟฟ้าแรงสูง เสาสื่อสารโทรคมนาคม และโครงสร้างเหล็กชุบกัลวาไนซ์ และบริการชุบสังกะสี (47.16%) 3) ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน พลังน้ำ (1.34%) SIAM เตรียมสรุปโครงการโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น 2 แห่ง ในปีนี้ ตลาดหุ้นเอเชียอ่อนตัวลงภาคบ่าย เหตุวิตกเศรษฐกิจจีน IFEC เตรียมเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ 16 ต.ค.นี้อันดับเครดิตของ TRUE สะท้อนถึงความเป็นผู้นำในธุรกิจให้บริการโทรคมนาคมที่มีความแข็งแกร่งทางการตลาดในธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) และธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมทั้งความคาดหวังว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจะยังคงให้การสนับสนุนแก่บริษัทอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกดังกล่าวมีข้อจำกัดจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจหลัก รวมถึงเงินลงทุนในระดับสูงสำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและโทรศัพท์เคลื่อนที่นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังเผชิญปัจจัยลบ หลังจากนางเลล เบรนาร์ด ผู้ว่าการเฟด ที่ออกมาเตือนว่าแนวโน้มเงินฝืดทั่วโลกอาจจะส่งผลกระทบต่อสหรัฐมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และระบุว่าเฟดควรรอดูสถานการณ์จนกว่าจะมีความชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมีความจำเป็นต้องลงทุนขยายโครงข่าย 4G และโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง หากบริษัทชนะการประมูลคลื่นความถี่ 1800 หรือ 900 เมกะเฮิร์ทซ์ ค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนก็จะสูงขึ้นมากในปี 2559 โดยขึ้นอยู่กับมูลค่าของใบอนุญาตที่ประมูลได้ บริษัทต้องมีการก่อหนี้เพิ่มเพื่อสนับสนุนการลงทุนและจะส่งผลให้อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นจาก 55% ณ เดือนมิถุนายน 2558 ไปอยู่ที่ประมาณ 60%ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้มองดัชนีฯที่ระดับ 1,410 หรือมากกว่านี้ น่าจะมี upside จำกัดแล้ว จึงแนะนำให้นักลงทุนขายทำกำไร ขณะที่มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ได้ออกมาตามคาด ทำให้มี Sell on fact ออกมา QH ฟุ้ง เดอะทรัสต์ สุวรรณภูมิ-เทพารักษ์ กวาดยอดขายพรีเซลล์ 2 วัน กว่า 100 ลบ., เซียนหุ้นพันล้าน “นเรศ งามอภิชน” ดอดเก็บ ORI รวมถือเกือบ 7% ฮั่งเส็งปิดเช้าทะยาน 304.63 จุด รับคาดการณ์จีนกระตุ้นศก. SET พรุ่งนี้ Sideway โบรกฯแนะทยอยขายทำกำไรในส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ในปี 58-59 คาดว่าอุตสาหกรรมนี้จะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 57 จากผลกระทบของโครงการรถยนต์คันแรกในช่วงเดือน ก.ย.54-ธ.ค.55(1.25 ล้านคัน) ที่กระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อรถยนต์เกินอัตราที่แท้จริง เกิดเป็นการก่อหนี้ภาคครัวเรือนในระดับสูงและเกิดปัญหาอุปทานส่วนเกินในรถยนต์มือสองจนกระทั่งราคารถยนต์มือสองลดลงอย่างต่อเนื่องนานถึง 2 ปีตั้งแต่กลางปี 56 และราคาลดลงมากถึง 30-35% ในช่วงดังกล่าว เมื่อรวมกับผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 56 แล้วส่งผลให้เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้นจำนวนมากอย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกปี 58 กำไรสุทธิเพิ่ม 81% จากปีก่อนแนวโน้มธุรกิจสดใส จากการเปิดประมูล 4G การลงทุนระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าของ กฟผ. การลงทุนในประเทศพม่าและลาว รวมทั้งโครงการร่วมทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมจำนวน 45MW ในไทยSCI มูลค่าการซื้อขาย 4,550.36 ล้านบาท ปิดที่ 7.60 บาท เพิ่มขึ้น 1.70 บาท,HTECH ราคาปิด 2.88 บาท,AJD ราคาปิด 1.62 บาทดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันจากมุมมองเชิงลบของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะใกล้ รวมทั้งข้อมูลจ้างงานเมื่อเร็วๆนี้ที่เพิ่มขึ้นน้อยกวาคาดการณ์ ซึ่งยังคงสกัดกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในเดือนก.ย.58 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน จากการที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเพื่อจำหน่ายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต่างขยายตลาดและการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกต่อภาคการส่งออกในเดือนนี้。

ICHI Trading แนวรับ 15.80 แนวต้าน 16.70-17.00 ตัดขาดทุน 15.50 ฮั่งเส็งปิดเช้าทะยาน 304.63 จุด รับคาดการณ์จีนกระตุ้นศก. ฮั่งเส็งปิดเช้าลบ 111.10 จุด หลังยอดส่งออกจีนลด?อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐในเดือนก.ย.ได้แก่ อยากให้ภาครัฐเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงบลงทุนในโครงการที่รัฐบาลได้อนุมัติไปแล้ว รวมถึงกำหนดแผนปฏิบัติงานให้เป็นรูปธรรมและเป็นไปตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งเจรจาการค้ากับประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อขยายตลาดและลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน พร้อมทั้งต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนหรือรูปแบบ PPP (Public-Private Partership) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยแนวต้าน 9.20 9.50 / (10) บาทนายเกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCI เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรกในวันนี้ (13 ตุลาคม) จะสามารถยืนเหนือราคาจองที่ 5.90 บาท ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมั่นใจในพื้นฐานของบริษัทที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโตที่ดี ประกอบกับแผนการลงทุนในต่างประเทศที่เป็นการต่อยอดธุรกิจให้ครบวงจรมากขึ้นแนวรับ 8.30-8.45 บาท,SET Index: แนวโน้มขึ้นทดสอบ 1,430-1,440ขณะที่นักลงทุนจับตาดูรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้ เมื่อจับสัญญาณทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดได้ออกมาส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกัน โดยนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ส่งสัญญาณว่า ขณะนี้เป็นเวลาเหมาะสมที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งขัดแย้งกับที่นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโก กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า เฟดไม่ควรรีบเร่งในกระบวนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2558 บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด มีรายงานการได้มา หุ้นของบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD โดยจำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มาคิดเป็น 0.1498% และจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 5.0185%、เกม หาเงิน เครดิต ฟรี、แนวรับ : 1408 และ 1405。 EPG Trading buy ปิด 8.75 แนวรับ: 8.7-8.5 แนวต้าน 9.05-9.25แนวรับ : 1404 และ 1400** ฮั่งเส็งปิดเช้าลบ 111.10 จุด หลังยอดส่งออกจีนลด, AUCT สุดเจ๋ง! คว้างานจัดประมูล 4G ทั้ง 2 คลื่นความถี่นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทรายใหญ่ของสหรัฐจะเปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 3 รวมถึง โดยเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค จะเปิดเผยผลประกอบการในวันนี้ ขณะที่โกลด์แมน แซคส์, แบงก์ ออฟ อเมริกัน, ธนาคารเวลส์ ฟาร์โก และซิตี้กรุ๊ป จะเปิดเผยผลประกอบการภายในสัปดาห์นี้คำค้นORI บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด 48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 103205 PHATRA ส่วนแบ่งการตลาด 4.87%。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.