China, What's Next?

automatischslotios12: China’s Challenges: Environment

หวย ออก วัน ที่ 1 ธันวาคม 62, CHO ยื่นฟ้อง ขสมก. เรียกค่าเสียหาย 1.5 พันล้านโดยผลการดำเนินงานปี 58 ที่มีกำไรเพิ่มขึ้นนั้น มีสาเหตุจากที่บริษัทบุ๊คกำไรพิเศษจากการโอนกลับรายการด้อยค่าของเรือเดินทะเล และโอนกลับรายการด้อยค่าของอาคารAAV Tradingแนวต้าน 6.10 บาท จุดลดความเสี่ยงหากหลุด 5.50 บาท,สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิด(24 ก.พ.) บวก 28 เซนต์ หรือ 0.9% แตะที่ 32.15 ดอลลาร์/บาร์เรลส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย.ที่ตลาดลอนดอน ปิดบวก 1.14 หรือ 3.4% แตะที่ 34.41 ดอลลาร์/บาร์เรลผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการลงทุนในโครงการดังกล่าว ได้แก่ เป็นการเพิ่มศักยภาพให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นในระยะยาว, เป็นการเพิ่มแหล่งรายได้ เพื่อกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจอื่น, เป็นการเพิ่มโอกาสในการมีรายได้ และสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ และเป็นการริเริ่มทำธุรกิจบ้านนพักคนชราอย่างมีระบบ ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบในการเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประกาศจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสม เป็นเงินสดในอัตรา 3.50 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผล ในวันที่ 5 เม.ย.59 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 27 เม.ย.59ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ก.ค. 58 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 58 และกำไรสะสม เป็นเงินสดในอัตรา 0.03 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผล ในวันที่ 15 มี.ค.59และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 13 พ.ค.59โดย BWT ได้จัดซื้อที่ดิน จำนวน 24-1-32 ไร่ เพื่อเตรียมการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 56 ซึ่งแหล่งเงินลงทุนในโครงการนี้จะมาจากเงินกู้ยืมจากบริษัททั้งจำนวน กำหนดระยะเวลากู้เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่เดือนมี.ค.59สำหรับหุ้นแนะนำในกลุ่มแบงก์ ได้แก่, CFRESH งบปี 58 สดใสมีกำไรกว่า 450 ลบ.จ่อปันผล 0.55 บ.XD 7 มี.ค.นี้ความปั่นป่วนในตลาดการเงินไม่เพียงแต่จะส่งผลให้ภาวะทางการเงินในประเทศพัฒนาแล้วเกิดความตึงตัวและบั่นทอนการเติบโตเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ และทำให้ภาวะการเงินในประเทศเหล่านี้ตึงตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งจะทำให้สกุลเงินอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและเป็นอุปสรรคต่อการระดมทุน นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ โฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาการขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันเงินงบประมาณปี พ.ศ. 2555 2557 ที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี เฉพาะในส่วนของโครงการที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันเงินงบประมาณปี พ.ศ. 2555 2557 ที่กันไว้เหลื่อมปีได้ทันภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 โดยให้ขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันได้ถึงวันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2559 เท่านั้น หากพ้นจากห้วงเวลาดังกล่าวแล้ว หน่วยงานใดยังไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ ให้เงินประมาณดังกล่าวพับไป ,พร้อมกันนั้น บริษัทคาดอัตรากำไรสุทธิในปีนี้จะฟื้นกลับมาอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 4.3% ใกล้เคียงปี 56 เนื่องจากบริษัทเน้นขยายสัดส่วนรายได้จากสินค้าแบรนด์ของตัวเองที่มีมาร์จิ้นสูงมากขึ้น โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากรับจ้างผลิต และผลิตภัณฑ์ของตัวเองเป็น 50:50 จากปีก่อนที่ 54:46การฟื้นตัวขึ้นของราคาน้ำมันช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นด้วย โดยหุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 23% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 7 ปี ขณะที่หุ้นวาเลโร เอนเนอร์จี ปรับขึ้น 4.6% และหุ้นเทโซโร คอร์ป พุ่งขึ้นกว่า 4.5% แต่หุ้นทรานส์โอเชียนร่วงลง 4% หลังจากบริษัทเอสโซ่ เอ็กซ์พลอเรชัน แองโกลา ลิมิเต็ด ได้ประกาศยุติสัญญาการขุดเจาะน้ำมันกับทรานส์โอเชียนก่อนกำหนด ด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นเฟซบุ๊ก ปรับตัวขึ้น 1.34% และหุ้นแอปเปิล ปรับตัวขึ้น 1.49%ทั้งนี้บริษัทวางเป้าหมายยอดขายของสาขาใหม่แห่งนี้ไว้ประมาณ 80 ล้านบาทต่อเดือน และคาดการณ์ว่ายอดขายต่อบิลอาจเพิ่มขึ้นตามกำลังซื้อของลูกค้า และผู้เข้าใช้บริการ ที่มาจากกลุ่มลูกค้าในสัดส่วนเจ้าของบ้าน 90% แบ่งสัดส่วนเป็นลูกค้าบ้านเก่า 40% บ้านใหม่ 60% และกลุ่มเจ้าของโครงการ และผู้รับเหมาอีก 10% ขณะที่บริษัทได้อนุมัติการงดจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2558 และให้นำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไปบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2558 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 386.32 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.79 บาทต่อหุ้น หรือเติบโต 450% หรือกว่า 4 เท่าตัว เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 70.30 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.16 บาทต่อหุ้น โดยผลการดำเนินงานที่มีกำไร เนื่องจากมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมากขึ้นนักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงตัวเลขประมาณการจีดีพีครั้งที่ 2 ประจำไตรมาส 4/2558, ข้อมูลรายได้-การบริโภคส่วนบุคคลเดือนม.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงท้ายเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน。

ICHI ไม่ปลื้ม!ปี 58 กำไรลดเหลือ 812.74 ลบ. แต่ปันผลหุ้นละ 0.25 บ.นอกจากนี้บริษัทได้ประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นเงินสดจำนวน 0.02 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 29 เม.ย. 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พ.ค. 2559 วันที่ 26 ก.พ.2559 ทบทวน GDP Growth งวด ไตรมาส4/58 ของสหรัฐ ครั้งที่ 2 ตลาดคาดว่าจะพยายามตัว 0.4% ลดลงจาก 0.7% ในประมาณการณ์ครั้งแรกไทยตลาดหุ้นนิวยอร์กเคลื่อนไหวในแดนบวกตั้งแต่ช่วงเปิดทำการ เพราะได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ฟื้นตัวขึ้นเกือบ 3% รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป พุ่งขึ้น 4.9% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 10 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.5% ทั้งนี้ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค.ที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งนั้น สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และยังบ่งชี้แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการผลิต,บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)หรือ SAPPE และรวมของบริษัทย่อยรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 58 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.58 มีกำไรสุทธิ 300.55 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อหุ้น 1.00 บาทต่อหุ้น ลดลง 16.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 360.78 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อหุ้น 1.36 บาท,พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นเงินสดอัตรา 0.02 บาทต่อหุ้น และขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 3 พ.ค. 2559 กำหนดจ่ายปันผลวันที่ 25 พ.ค.2559 SET ปิดขยับขึ้น ADVANC ซื้อ-ขายสูงสุด 2.42 พันลบ.สำหรับในปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมได้มากถึง 28,184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากทั้งสินค้าแนวราบ 13,225 ล้านบาท และแนวสูง 14,959 ล้านบาทที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาด ด้วยจุดขายทั้งในเรื่องของศักยภาพทำเลที่เชื่อมต่อทุกการเดินทาง แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน (Space Connect) การออกแบบตัวสินค้าที่คำนึงถึงพื้นที่ใช้สอยที่เกิดประโยชน์สูงสุด (Space Maximize) และการจัดวางผังโครงการที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย (Space Privacy) ในทุกตารางนิ้ว ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 22,079 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 2,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากปีก่อน ขณะที่มีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (Net Debt to Equity) ลดลงเหลือเพียง 0.81 จากปีก่อนหน้า 0.90,STOP LOSS สถานะ Long ถ้า SIRIH16 ปรับตัวลดลงหลุด 1.44 ลงไปนอกจากนี้ นักลงทุนยังเทขายสัญญาทองคำหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพุ่งขึ้น 4.9% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 10 เดือน และจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 10,000 ราย สู่ระดับ 272,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 ก.พ. แต่ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 51 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแข็งแกร่งด้านนายอาณัติ อาภาภิรมย์ กรรมการ บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้การเดินรถขัดข้องมาจากระบบรางที่เป็นจุดสับหลีกระหว่างชิดลมกับสยามมีปัญหาและต้องเปลี่ยนทั้งชุด โดยจะมีการซ่อมแซมในคืนนี้ เพื่อเปลี่ยนรางทั้งระบบ เนื่องจากขณะปรับเปลี่ยนต้องตัดไฟไม่ให้รถเดิน ขณะที่ในส่วนของสายสีลมไม่มีปัญหา แต่ต้องปรับการเดินรถเพื่อให้สอดคล้องกับสายสุขุมวิท ,ตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจเยอรมนี หลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ขยายตัวเพียง 0.3% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากการประมาณการเบื้องต้นขณะเดียวกันในช่วง 2 ปีข้างหน้า (2559-2560) คาดว่ายอดปล่อยสินเชื่อจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% ต่อปี ผลักดันให้รายได้และกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ภายใต้ยุทธศาสตร์ ขยายตัวทั่วไทย ผ่านการเปิดสาขาในต่างจังหวัดเพิ่ม โดยในปีนี้มีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 450 สาขา และปี 2560 เปิดเพิ่มอีก 400 สาขา รวมเป็น 1,750 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าในต่างจังหวัดที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อจากสถาบันการเงินในระบบ และยังต้องพึ่งพิงสินเชื่อนอกระบบที่คิดอัตราดอกเบี้ยในสัดส่วนที่สูงมาก ซึ่งทั้งหมดนี้เด็กแนวว่ากำลังจะเป็นงานใหญ่สำหรับบริษัทในอนาคต นอกจากนี้โครงการติดตั้งระบบต่างๆ ให้กับหน่วยราชการทั่วประเทศก็อยู่ในสายตาที่เด็กแนวมองว่ามูลค่านั้นไม่น้อยที่บริษัทน่าจะมีส่วนในการคว้ามาได้เช่นกัน จึงถือเป็นหุ้นที่ไม่น่ามองข้าม สิ่งที่น่าสังเกตคือราคาหุ้นเริ่มวูบวาบ มีปริมาณโวลุ่มเข้ามาแอบเก็บล่วงหน้าไว้ร่วม 3 week จะว่ามีอะไรเข้าสิง หรืออาจจะมีพันธมิตรธุรกิจเข้ามาก็เป็นได้ เพราะบริษัทมีดีลกับฝรั่งไว้ไม่ใช่น้อยในการนำสินค้ามาเป็นตัวแทนขายบริษัทได้เล็งเห็นว่าธุรกิจพลังงานทดแทนยังเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูงและมีโอกาสอย่างมากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นเชื่อว่าภาพรวมธุรกิจของ GUNKUL ปีนี้น่าจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของอัตรากำไรสุทธิ รวมถึงรายได้รวมนอกจากนั้น ยังจะกำหนดราคาตามมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) ขั้นต่ำที่ 0.50 บาท/หุ้น คร่าวๆ น่าจะลาออกประมาณ 50 คน แต่ที่มีข่าวว่ามีการซื้อตัวเนี่ย คาดว่าน่าจะเป็นสายการบินนิว เจน แอร์เวย์ส(New Gen Airways) แหล่งข่าวกล่าว ,ส่วนไตรมาส 4/58 บริษัทมีรายได้รวม 704.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 168% เมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิ 125.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 243% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขาย จึงทำให้บริษัทมีการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้มูลค่ารวมการเปิดโครงการของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธ.ค.58 มีมูลค่ารวม 15,353 ล้านบาทกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2558 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 4.86 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.8365 บาทต่อหุ้น หรือลดลง 73% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.79 หมื่นล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 3.0874 บาทต่อหุ้นอย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยมาร์กิต อีโคโนมิคส์ เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นสำหรับภาคบริการของสหรัฐ ชะลอตัวสู่ระดับ 49.8 ในเดือนก.พ. ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ร่วงลง 9.2% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 494,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2015。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’